[110] สูตรอาหาร : ข้าวหน้าไก่เทริยากิแบบง่ายๆ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,

เดินแมคโคร ได้เศษน่องไก่มาจำนวนหนึ่งราคาไม่แพง เพราะเป็นชิ้นส่วนเศษ เลยจะเอามาทำกับข้าวกินเล่น

…กินเป็นมื้อนี่เรียกกินเล่นมั้ยฮึ…อ่า…เอามากินจริงจังซักมื้อหนึ่ง หวยออกให้เป็นเมนูไก่เทริยากิก็แล้วกัน เพราะชิ้นไก่ก็มาเป็นชิ้นๆ พอดีคำ แต่ละชิ้นมีหนังไก่ติดนิดหน่อยด้วย เพอร์เฟคต์มาก

เริ่มกันเลยเนอะ

เครื่องปรุง

  • ข้าวสวย อยากกินข้าวชนชาติไหนก็จัดการเลยค่ะ จะญี่ปุ่นจะไทย จะข้าวกล้องหรือข้าวขาวก็ตามสะดวกเลยจ้า
  • เศษน่องไก่ที่เรามี ใครจะเอาส่วนอื่นตามที่ชอบก็ได้นะคะ อกไก่ไม่มีหนังไรงิ หั่นให้เป็นชิ้นๆ พอดีคำ
  • เกลือ
  • น้ำมัน
  • ซอสเทริยากิสำเร็จรูป ตามกำลังทรัพย์ กระเป๋าหนาหน่อย สอยยี่ห้ออิมพอร์ต กระเป๋าแบนแฟนทิ้งอย่างเราก็สอยยี่ห้อของไทยก็ได้นะคะ อร่อยเหมือนกัน

วิธีทำ

  1. เอาชิ้นไก่หมักเกลือไว้อย่างน้อย 30 นาที ระหว่างนั้น ถ้าหุงข้าวข้าวจะสุกพอดี พร้อมกินพร้อมไก่ของเราเลยค่ะ
  2. เมื่อใช้น้ำมันนี้ดดดดเดียว ทากระทะแนะนำว่าเป็นเทฟล่อนค่ะ จะได้ไม่ติดกระทะให้ไก่แหกเป็นริ้วให้บรรลัยเกิด ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน พอกระทะร้อนได้ที่ ก็เอาชิ้นไก่ลงจี่ในกระทะ วางด้านที่เป็นหนังลงไปก่อน เมื่อหนังเริ่มเหลืองๆ ก็พลิกด้านอีกด้าน จะได้สุกทั่วถึงกัน ใช้ตะเกียบไม้พลิกๆ คลุกๆ เมนูนี้สะดวกดีกว่าทัพพีนะคะ แต่ก็อย่างว่า ใครถนัดอะไรใช้อันนั้นค่ะ
  3. พอไก่พอสุกดี ราดซอสเทริยากิลงไป แค่พอนองๆ ชิ้นไก่
  4. คลุกไก่กับซอสให้ทั่ว เคี่ยวจนซอสงวดลง ไม่เหลวนัก (ระวังอย่าเคี่ยวนาน เดี๋ยวซอสไหม้ อดกินทั้งกระทะเลยนะ)
  5. เทไก่เทริยากิแบบง่ายๆ ของเราราดข้าว พร้อมหม่ำได้เลย ง่ายเนอะ
  6. ถ้าเปิดตู้เย็นเจอต้นหอม หรืองาขาว ก็เอามาโรยเพิ่มรสชาติได้นะคะ
15936706_10155625855824908_1757254329246435011_o

ข้าวราดหน้าไก่เทริยากิแบบง่าย แปบๆ ก็ได้กินแล้วนะ

[109] สูตรอาหาร : ปลาหมึกผัดน้ำพริกเผา

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , ,

ในบล็อกก่อนหน้าเคยบอกสูตร หอยลายผัดน้ำพริกเผา กับ ปูผัดน้ำพริกเผาไว้แล้วเนอะ อันนี้ก็ทำคล้ายๆ กัน ลดส่วนผสมลงนิหน่อยด้วย รสชาติยังเวิร์ค เป็นอาหารมักง่าย ทำง่ายทำดายเหมือนข้าวกะเพราหมูสับแหละ แต่ดูหรูหรากว่านิดหน่อย เพราะเป็นซีฟู้ดเนอะ ว้าวๆ

เริ่มกันเลยนะคะ

เครื่องปรุง

  • ปลาหมึกที่ทำความสะอาดแล้ว ดึงแกนออก หั่นท่อน ลวกในน้ำเดือด (รอน้ำเดือดพล่านก่อน ค่อยเทปลาหมึกลงไปลวกแปบๆ สุกแล้วเอาขึ้น จะได้ไม่เหม็นคาว)
  • น้ำมัน
  • กระเทียมปอกเปลือกสับ ถ้าไม่ถนัดสับ ก็ตำเอา เร็วดี แต่ล้างครกเนื้อยเหนื่อย
  • พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ แต่ถ้าชอบเผ็ดมากๆ ตำรวมกับกระเทียมไปเลยก็ได้ค่ะ
  • น้ำปลา
  • น้ำมันหอย
  • พริกเผา (สำคัญนะ ไม่มีก็ไม่ใช่ผัดพริกเผาเนอะ)
  • ใบโหระพา

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำมันในกระทะ ร้อนแล้วเจียวกระเทียมให้เหลืองหอม แล้วใส่พริกชี้ฟ้าลงไป คั่วนิดๆ ให้พอมีกลิ่นฉุนๆ ฮัดชิ้วๆ
  2. ใส่ปลาหมึกที่ลวกแล้วลงในกระทะ ผัดคลุกกับกระเทียมและพริกหั่น
  3. เหยาะน้ำปลาลงไป ใช้น้ำปลาเยอะแค่ไหน กะเอาจากปริมาณปลาหมึกนะคะ กะว่าแค่ให้ทั่วๆ กระทะเป็นหย่อมๆ พอ ใส่น้อยไว้ก่อน ไม่เค็มค่อยเติมทีหลังได้
  4. ใส่น้ำมันหอยนิดหน่อย
  5. ตามด้วยพริกเผา
  6. คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าชอบมีน้ำนิดๆ ก็เติมน้ำลงไปหน่อยก็ได้ค่ะ แต่เราชอบขลุกขลิก เท่านี้ก็พอ
  7. พอเข้ากันดีแล้ว ใส่ใบโหระพาลงไป ผัดให้สลบ ตักขึ้น
  8. หม่ำค่ะ 

    15975108_10155620681679908_5418622961751025514_o

    ปลาหมึกผัดน้ำพริกเผาแบบน้ำขลุกขลิก

[108] ไปสอบใบขับขี่ – ตอนที่ 1 ว่าด้วยข้อสอบปรนัย

ป้ายกำกับ

, , , , , , ,

มาจะกล่าวบทไป
ถึงทรามวัยพีรชาเรืองหมี
(จะบอกว่าเรืองศรี มันก็ดูสูงส่งไปนิดนึง)
ได้รถใหม่มาไม่ช้าที
ดรุณีรีบไปสอบใบขับขี่ในทันใด

กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ที่เราได้รถมาใช้ (#คุณตา ที่สุดสมาร์ท) แม่ก็ไล่เช้าไล่เย็น ให้ไปสอบใบขับขี่ได้แล้ว

คือนี่ก็เถียงในใจ คนยังขับไม่คล่อง ไปสอบแล้วต้องสอบกี่รอบ?

ส่วนที่ว่าจะสอบกันกี่รอบ เราจะเล่าให้คุณฟัง…

จากข่าวลือที่ว่า ปีหน้าการสอบใบขับขี่จะยากขึ้นอีก เขี้ยวขึ้นอีก ต่อให้ตอนนี้ยังขับไม่คล่องมากก็ต้องรีบแตกตื่นไปสอบแล้ว รอช้าเดี๋ยวจะเหนื่อย(ใจ)กว่านี้ โอเค ไปก็ไป…ซักที…

เริ่มจากเลือกกรมการขนส่งทางบกที่…ไม่อยู่ในเมืองมากนัก (ได้ยินว่า) ไม่เขี้ยว ปล่อยผ่านไม่ยาก ผู้คุมสอบใจเย็น ไรงิ เลยเลือกไปสอบที่โxxชัxก็แล้วกัน

เริ่มด้วยเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อยื่นขอสอบใบขับขี่รถยนต์มีดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองแพทย์เพื่อการสอบใบขับขี่

เมื่อพร้อมแล้วก็เดินทางไปที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อยื่นเอกสาร ทีนี้ ทางกรมการขนส่งก็จะนัดคิวการอบรม เมื่อได้วันที่สะดวกทั้งกรมการขนส่งและตัวท่าน ก็จะมีใบนัดน้อยๆ มาให้

เมื่อถึงวันที่นัดอบรมกับทางกรมการขนส่ง ก็พาตัว สติ และใบนัดน้อยไปที่กรมการขนส่งก่อน 8.30 น. ไปถึงก็ทำการยื่นใบนัด แล้วกรมก็จะให้เอกสารที่เราสมัครเพื่อขึ้นไปทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเป็นลำดับแรก

เมื่อขึ้นไปถึงสถานที่ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เจ้าหน้าที่จะให้เราลงชื่อเป็นหลักฐานว่าเราได้เข้าทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายในวันนี้จริง แล้วก็เริ่มทดสอบค่ะ

การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

  • เริ่มด้วยการทดสอบความเร็วของสายตา โดยเจ้าหน้าที่จะให้เรานั่งแล้วมีโต๊ะน้อยข้างหน้าเรา ให้เอาดั้งจมูกแหย่ลงไปตรงนั้น เหมือนกับการเอาดั้งใส่แว่นของเรา ทีนี้จะมีหลอดไฟทางด้านซ้ายและด้านขวาของปลายตาเรา เมื่อเจ้าหน้าที่กดไฟ จะมีไฟสีเขียว เหลือง แดง ขึ้นโดยที่เราไม่รู้ว่าเค้าจะกดสีอะไร และด้านไหน เมื่อสีแวบขึ้นแล้ว สีนั้นจะค้างอยู่ 3 วินาที ให้เราตอบสีที่เราเห็นจากทางปลายสายตาว่าเป็นสีอะไร สีแดงไม่ค่อยมีปัญหา สีเหลืองและเขียวนี่ ถ้าไม่ได้เหล่ตาไปมองแบบชัดๆ บางทีก็ตอบผิดได้เหมือนกัน ที่เราตอบผิดช่วงแรกเพราะไม่รู้ว่าสีจะมาข้างๆ คิดว่าจะมาตรงๆ ข้างหน้า เลยมองเพี้ยนเลย T^T
  • ต่อมาเป็นการทดสอบปฏิกิริยาการเหยียบเบรค จะมีอุปกรณ์วางไว้ที่พื้น มีคันเร่งและเบรค และด้านหน้า จะมีแผงไฟ มีไฟหลายๆ ดวงเรียงกันเป็นแนวตั้ง ด้านล่างจะเป็นสีเขียว ด้านบนๆ เป็นสีแดง ข้างๆ มีไฟสีแดงดวงใหญ่หนึ่งดวง ซึ่งคิดว่าสมมติเป็นไฟเบรคด้านท้ายของรถคันหน้า เมื่อเราเหยียบคันเร่ง ไฟจะวิ่งขึ้นข้างบนจากเขียวจนถึงสีแดง การทดสอบ จะให้เราเหยียบคันเร่ง (ไฟสีเขียวกำลังวิ่งขึ้นๆ) พอไฟเบรคท้ายรถสมมติกระพริบขึ้น ให้รีบเหยียบเบรค ให้เหยียบให้ทัน ถ้าเหยียบเบรคแล้วขึ้นไปถึงสีแดงถือว่าไม่ผ่าน ยังเร็วไม่พอ การสอบนี้มีโอกาสให้แก้ตัวได้ 3 ครั้ง ถ้า 3 ครั้งแล้วยังไม่ผ่านก็กลับบ้านจ้า คุณไม่ได้ไปต่อ
  • การทดสอบสายตาทางลึก จะมีอุปกรณ์คล้ายจอยเกมให้เรา 1 อัน มีปุ่มสองอัน สีเขียว และสีแดง ปุ่มสองปุ่มนี้ควบคุมก้านแต่ละก้านในกล่องด้านหน้าของเรา โดยก้านทั้งสองก้านด้านซ้ายและขวานั้น จะขยับไปข้างหน้าและข้างหลัง เราต้องกดปุ่มใดปุ่มนึงก่อน ตั้งก้านหนึ่งเป็นหลัก แล้วก็กดอีกปุ่มให้ขยับมาให้ตรงกันกับก้านแรกที่เราขยับไว้
  • สุดท้ายเป็นการทดสอบสี โดยใกล้ๆ อุปกรณ์ทดสอบสายตาทางลึก จะมีอุปกรณ์เหมือนสัญญาณไฟจราจรย่อส่วน ทีนี้เจ้าหน้าที่จะให้เราบอกสีที่กระพริบขึ้นมาว่าเป็นสีอะไร โดยตำแหน่งที่สีกระพริบจะไม่ได้เรียงว่าแดงอยู่บน เหลืองอยู่กลาง เขียวอยู่ล่าง แต่สีอะไรก็กระพริบขึ้นมาได้ในทุกช่อง แต่จะมีแค่ 3 สีนี้ แค่ตอบสีที่กระพริบขึ้นมาให้ตรงเท่านั้นเอง

การอบรมวิดิทัศน์

เมื่อผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะส่งเราเข้าห้องเพื่อรอชมวิดิทัศน์เกี่ยวกับกฎจราจร มารยาทในการขับขี่ พรบ.การจราจร ป้ายการจราจรต่างๆ ก่อนการอบรมวิดิทัศน์ เจ้าหน้าที่จะให้เราลงนามว่าเราได้เข้ารับชมวิดิทัศน์เสียก่อน และนั่งชม การนั่งชมให้พยายามจำตัวเลขต่างๆ อย่างพวกค่าปรับ ปี ระยะทาง อะไรอย่างนี้เอาไว้ มีในข้อสอบหลายข้อที่เกี่ยวกับตัวเลขต่างๆ  แต่ตัวเลขพวกนี้ หาอ่านหาจำจากเอกสารเก็งข้อสอบใบขับขี่ในอินเตอร์เนตเอาไว้ก่อนจะดีกว่าการไปนั่งจำจากวิดิทัศนที่เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด

ตัวอย่างข้อสอบหาได้จากไหน? ให้พิมพ์ Google คำว่าข้อสอบใบขับขี่ ก็มีขึ้นมาให้อ่านหลายเวบไซท์เลยค่ะ นอกจากจะให้เราจำได้แล้ว ก็ยังเป็นการเตรียมข้อสอบในส่วนอื่นๆ ให้เราได้เตรียมตัวล่วงหน้าได้ว่าลักษณะคำถามของข้อสอบเป็นแบบไหน พอเราทำข้อสอบ ข้อความไม่หนีกันค่ะ เกือบจะเป๊ะๆ เกือบหมดเลยด้วยซ้ำ

เมื่อวิดิทัศน์จบ จะเป็นเวลาช่วงพักทานข้าวพอดี เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายเวลาในช่วงบ่ายเพื่อรวมตัวกันก่อนจะเข้าห้องสอบอีกครั้งหนึ่ง

กินข้าวกินปลา เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย กลับมานั่งที่ห้องเดิม

ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จะแจกหนังสือรวมภาพป้ายจราจรต่างๆ พร้อมให้ลงชื่อเตรียมสอบข้อเขียนในช่วงบ่าย

วันที่เราไปอบรม ช่วงบ่ายนี้เจ้าหน้าที่มาติวให้แบบเข้มข้นมาก ย้ำทุกสิ่งที่จะได้เจอในข้อสอบ เก็บรายละเอียดดีๆ นะคะ สาขาที่เราไป เจ้าหน้าที่อบรมช่วงบ่ายได้ฟีลอาจารย์สอนวิชาสังคมที่โรงเรียนมัธยมมากๆ นี่ก็ตอบอย่างสนุกสนานเลย เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กมัธยมอีกครั้ง แล้วในห้องอบรม ก็จะมีเด็กผู้ชายมากันเป็นกลุ่ม ตอบคำถามแบบกวนๆ พอเค้าถามว่าใช่มั้ย กลุ่มนี้ก็จะตอบว่า ม่ายช่าย (ลากเสียงยานๆ) คือ น้องจะกวนไง ตามประสาเด็กผู้ชายวัยรุ่นมึนๆ คุณเจ้าหน้าที่ก็แบบ เดี๋ยวชั้นตีเลย … เป็นไงล่าาาาา อาจารย์สังคมมากๆ แล้วทีนี้เรามารู้ทีหลังตอนผู้ใหญ่ที่บ้านเค้าคุยกันว่าเจ้าหน้าที่ท่านนี้เคยเป็นอาจารย์มาก่อนจริงๆ ด้วยนะ ก่อนมาเป็นเจ้าหน้าที่ที่นี่

มิน่า บุคลิกครูมาเต็มมากๆ

ก่อนการเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการสอบก่อน เพื่อให้เราใช้ได้อย่างถูกต้อง แต่ทั้งนี้ ถ้าเข้าไปในห้องแล้วไม่เข้าใจอะไรก็ยกมือถามเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ

พอติวเข้มเรียบร้อย เหล่าเราทั้งหลายก็จะต้องไปสอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่จะเรียกชื่อให้เข้าไปประจำหน้าคอมพิวเตอร์ รอบละเท่าจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องสอบ สาขาที่เราไปก็มีอยู่ 11 เครื่อง โชคดีที่ได้รอบแรกสุด เพราะมาเช้า ยื่นคิวเร็ว ก็ได้คิวอะไรต่างๆ เป็นคิวต้นๆ ส่วนใครที่ยังไม่ได้เรียกชื่อ ก็นั่งรออยู่หน้าห้อง เมื่อมีคนทำข้อสอบเสร็จ ก็จะมีการเรียกชื่อให้เข้าไปสอบต่อ

ขั้นตอนในการสอบข้อเขียน (ปรนัย ตัวเลือก 4 ข้อ)

  • ก่อนเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่จะให้เราเตรียมบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนและห้องกันการสอบแทนกัน ก่อนเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่จะยื่นการ์ดที่ไซส์เท่าบัตรประชาชน มีชิปการ์ดเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ และเอกสารการขอใบขับขี่ของเรา
  • เมื่อประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์แล้ว ให้ใส่ชิปการ์ดเข้าไปที่แผงควบคุมด้านล่างจอคอมพิวเตอร์ที่เป็นช่องใส่ชิปการ์ดด้านล่างขวามือ คอมพิวเตอร์จะเริ่มรันระบบ แล้วเราก็กดเลือกปุ่มด้านล่างช่องใส่ชิปการ์ด ที่เขียนว่า เริ่มทำข้อสอบ
  • หาใครไม่สามารถอ่านหนังสือได้ เจ้าหน้าที่มีเฮดโฟนให้ยืมใช้นะคะ ติดต่อขอเจ้าหน้าที่ได้เลย
  • เมื่อหน้าจอเปลี่ยนไปอีกครั้ง ก็กดปุ่ม เริ่มทำข้อสอบ อีกครั้งหนึ่ง หน้าจอจะเข้าแสดงโจทย์ข้อ 1
  • มีเวลาในการทำข้อสอบทั้งหมด 1 ชั่วโมง โดยเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่หน้าจอเปลี่ยนเป็นโจย์ข้อแรก ดูเวลาที่เหลือได้ด้านแถบมบนขวาของจอที่จะแสดงชื่อ-นามสกุลผู้สอบด้วย อันนี้อย่าลืมดูก่อนนะคะ ว่าเป็นชื่อตัวเองถูกต้องมั้ย ไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นทำข้อสอบให้คนอื่นไปเน้อ
  • เมื่ออ่านโจทย์แล้ว เราเลือกตอบข้อไหน 1/2/3/4 ให้กดปุ่มด้านซ้ายมือ ที่เป็นเลข 1/2/3/4 ข้อสอบที่ทำแล้ว จะมีขึ้นแสดงในแถบด้านขวามือของจอ โดยข้อสอบที่เราต้องทำทั้งหมดมี 50 ข้อ เกณฑ์การผ่านคือ 90% คือ ต้องทำให้ถูก 45 ข้อ จึงจะถือว่าผ่าน
  • ทั้งนี้ หากเราทำข้อไหนไม่ได้ จะข้ามไปก่อน ก็จะมีปุ่ม ข้อต่อไป ให้เรากด หรือหากจะย้อนกลับไปข้อก่อนหน้า ก็กดปุ่ม ข้อก่อนหน้า
  • หากต้องการเริ่มจากข้อแรกสุด (ตรวจทานข้อสอบ คำตอบ หรืออื่นๆ) ให้กดปุ่ม ข้อแรกสุด (หรืออะไรซักอย่างเทือกๆ นี้ จำคำได้ไม่แม่น) และมีข้อสุดท้าย อีกปุ่มหนึ่งให้กดด้วย
  • หากต้องการแก้ไขตัวเลือกในข้อใดที่เลือกไปแล้ว ให้ไปที่ข้อนั้น แล้วกดตัวเลือกใหม่ได้เลย
  • เมื่อทำข้อสอบครบแล้ว และมั่นใจว่าไม่แก้ไขใดๆ อีก ให้กดปุ่ม ส่งข้อสอบ ที่แผงควบคุมด้านล่างขวามือริมสุด ระบบจะประมวลคะแนนที่ได้ คุณจะรู้ผลทันทีว่าผ่านหรือไม่ผ่าน และคะแนนของคุณก็จะส่งไปที่กรมการขนส่งเพื่อเก็บเข้าประวัติการสอบใบขับขี่ของคุณทันที
  • เมื่อคะแนนขึ้นแล้ว ดึงเอาชิปการ์ดออก เดินไปหาเจ้าหน้าที่ ยื่นชิปการ์ดพร้อมเอกสารการสมัครให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะเอาชิปการ์ดเราไปใส่เครื่องกลาง และพิมพ์ผลคะแนนมาแนบกับเอกสารการสมัคร
  • เสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ก็หนีกลับบ้านได้เลยค่ะ หมดขั้นตอนการสอบของวันแรกละค่ะ

ตอนที่เราทำข้อสอบไปถึงข้อ 39 อยู่ดีๆ เครื่องก็แฮงค์ กดอะไรไม่ได้ เราเลยยกมือแจ้งเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็เดินมารีเซทระบบให้

เราก็ถามว่าหนู (อายุ 33 เรียกตัวเองว่าหนู แอ๊บแบ๊วที่สุดดดด แต่เจ้าหน้าที่ก็อายุเยอะกว่าหนูอยู่นะ ฉะนั้น แอ๊บแบ๊วได้ ไม่ผิด ฮี่ๆ) ต้องทำใหม่ตั้งแต่แรกเลยมั้ยคะ หรือจะเริ่มตั้งแต่ข้อล่าสุดที่หนูทำคะ?

เจ้าหน้าที่บอกว่า เริ่มจากข้อล่าสุดเลยค่ะ ที่ทำมาก็จะกลับมาเหมือนเดิม ไม่ต้องเริ่มทำใหม่ตั้งแต่แรก (ค่อยยังชั่ว 555)

ระหว่างรอเครื่องบู๊ทตัวเองใหม่ เจ้าหน้าที่ก็ถามเราว่า อ่านมาก่อนหรอคะ ตอนติวเมื่อกี้เห็นตอบได้

นี่ยิ้มหวาน…แฮ่ ค่ะ (กลัวต้องมานั่งอบรมใหม่ ก็ต้องเตรียมตัวกันไว้นินุง)

นี่ทำข้อสอบไปก็นั่งนับนิ้วไว้แล้ว ว่าไม่แน่ใจ ไม่รู้ กี่ข้อ เท่าที่นับไว้มี 5 ข้อ (เฉียดมาก) ตอนส่งคะแนนก็ลุ้น ว่าจะได้เยอะกว่าที่คิดมั้ย ที่เดาจะมีถูกหรือเปล่า ปรากฎว่าคะแนนออกมาได้ 47 คะแนน

ผ่านนนน!! เย้

คนที่ผ่าน

เจ้าหน้าที่จะนัดให้มาสอบปฏิบัติในวันต่อไป พร้อมทั้งนัดเวลาเพื่อรายงานตัวก่อนสอบปฏิบัติ

คนที่ไม่ผ่าน

เจ้าหน้าที่จะแจกจดหมายรักฉบับน้อยๆ ให้เรามาทำการสอบแก้ตัว โดยที่ไม่ต้องเข้าไปนั่งฟังวิดิทัศน์ใหม่ แค่มาทำข้อสอบเท่านั้น พร้อมทั้งนัดเวลาเข้าสอบ ผู้ที่ต้องการสอบ หากว่างวันไหนก็เอาจดหมายน้อยมาติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนทำการสอบในวันนั้นๆ ก่อน 10 โมงเช้าค่ะ

ตอนแรก คิดว่าจะพอแค่นี้ก่อนเนาะ เขียนมายาวมากเลยนะเนี่ย มีอะไรสงสัยถามไว้ได้นะคะ จะมาตอบให้เท่าที่ตอบได้ค่ะ

ตอนหน้าว่าด้วยการสอบปฏิบัติในการสอบใบขับขี่ค่ะ ติดตามกันน้าาาาา

 

 

[107] สูตรอาหาร : ปูม้าผัดพริกเผาสูตรอาม่า

ป้ายกำกับ

, , , , ,

วันนี้เดินแมคโคร เจอปูม้าลดราคา ดีใจมากกก วิ่งกรีดร้องหนีบกลับบ้านรัวๆ 4 ตัว 190 บาทเองอ้ะ จะเอาไปผัดอะไรซักอย่างกิน เพราะคิดว่าคงไม่สดพอที่จะนึ่งแล้วอร่อย

ก็เลือกระหว่าง ผัดผงกะหรี่ หรือผัดพริกเผา

เลือกแล้วว่า อยากกินแบบที่อาม่าทำให้กินตอนเด็กๆ กินเป็นผัดพริกเผาแล้วกัน แซ่บดี

เมนูนี้เป็นเมนูที่ต้องกินกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่รู้เช่นเห็นชาติกันดีเท่านั้น เพราะการแทะปูนี่นี่ไม่ได้สวยงามเล้ย แทะแล้วกินแล้วดูดนิ้วจ้วดๆ งิ แซ่บนัวมาก

มามะ เรามาผัดปูกันเถอะ เย้

15194329_10155440776524908_1001669443071699850_o.jpg

ปูม้าผัดพริกเผาสูตรอาม่า

เครื่องปรุง

  1. ปูม้า แกะกระดองและนมปู (ส่วนที่เป็นกลีบๆ ในกระดองที่เราไม่กินกันอ่ะค่ะ) ออก ตัดเป็นชิ้น ก้ามปูก็เอาคีมหนีบก้ามปูให้แตกๆ
  2. น้ำมัน
  3. กระเทียมสับ
  4. น้ำปลา
  5. น้ำมันหอย
  6. พริกเผา
  7. พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ
  8. ต้นหอมหั่นท่อน

วิธีทำ

  • เจียวกระเทียมกับน้ำมันให้เหลืองหอม
  • ใส่ปูม้าลงไป ผัดให้ทั่ว 1 รอบ
  • เหยาะน้ำปลาลงไปแค่พอทั่ว
  • ใส่น้ำมันหอย
  • ตามด้วยพริกเผา (ถ้าเป็นพริกเผาโฮมเมดมันจะเผ็ดอร่อยมาก ลองหามาผัดกันดูนะคะ ยี่ห้อตามตลาดเหมือนจะหนักหวาน)
  • ผัดคลุกให้ทั่ว เทน้ำเปล่าลงไปนี้ดดเดียว พอขลุกขลิก
  • ปิดฝาไว้ซักพัก ให้ระอุ เปิดดูว่าสุกหรือยัง
  • เมื่อสุกแล้วโรยต้นหอมหั่นท่อนและพริกหั่นแฉลบลงไปให้มีสีสันน่ารับประทาน
  • ตักเสิร์ฟ

ทำอาหารรับประทานเอง เราได้อาหารจานปูในราคาถูก ก็เสียแค่ค่าปูเนอะ แล้วจะบอกว่า น้ำผัดพริกเผาในชาม ราดข้าวก็อร่อยดีด้วยนะเออ อย่าเหลือทิ้งไว้เชียว เสียดายของ

ไม่อ้วนวันนี้จะอ้วนวันไหน … มาอ้วนเป็นเพื่อนเราเสียดีๆ

 

[106] ประสบการณ์เปิดซิง…เมื่อฉันรถเสียเพียงลำพังเป็นครั้งแรก

ป้ายกำกับ

, , , , ,

เมื่อเดือนที่แล้ว เราได้รถ(มือสอง)มาใช้เป็นรถของตัวเองคันแรกอย่างเป็นทางการ รถใช้ได้เป็นปกติ เรียกคุณรถคันนี้ว่า “คุณตา

คุณตาเป็นรถยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น Lancer GLXi 1.5  ส่วนใหญ่เค้าเรียกกันว่า มิตซูอีคาร์ ดูเป็นที่รู้จักมากกว่า คุณตาปีนี้อายุ 22 ปี แค่สมรรถนะยังดีเยี่ยม เครื่องแน่นมาก ตอนได้มาก็ทำการบำรุงรักษาขั้นต้น เปลี่ยนยาง เปลี่ยนสายพาน เปลี่ยนลูกยางในเครื่องต่างๆ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเพาเวอร์ เช็คแบตเตอรี่ เช็คหม้อน้ำ เปลี่ยนยางปัดน้ำฝน เพิ่มรีเลย์ไฟหน้า เปลี่ยนยางรองที่พื้นเท้าใหม่ เบื้องต้นคิดว่าคุณตาพร้อมใช้งานตามปกติแล้ว

ทำความสะอาดภายใน ภายนอก ภายในนี่หนักพอสมควร เพราะคุณตาค่อนข้างชื้น เพราะเป็นรถเก่าจอด ก็จะชื้นหน่อย มดมาทำรังตรงขอบประตูกันเป็นรังเลย แล้วพรมต่างๆ ในรถก็เหม็นอับ กลิ่นชื้นรุนแรงพอสมควร ก็ทำการไล่มดออกไป ดูดฝุ่น แคะดิน ตากแดดไว้หลายวัน เพื่อไล่กลิ่นออกไป จนเบาบางลงมากแล้ว ก็ลงสเตย์คลีนในส่วนที่เป็นหนังเพื่อทำความสะอาดคราบฝังแน่น แล้วเช็ดออก จากนั้นลงแวกซี่ประมาณ 3 รอบ เนื่องด้วยหนังคุณตาค่อนข้างแห้ง แวกซี่นี่ลงแล้วหาย ลงแล้วหาย โหดมาก

สภาพพวงมาลัยคุณตาค่อนข้างแย่ เพราะโดนแดดจนร่อนและกระเทาะ ขอเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ บิดาอิฉันก็ไม่อนุมัติ เลยหาเอาปลอกสวมพวงมาลัยมาใส่แทน

สภาพเบาะนั่ง คุณตาเป็นรถรุ่นเก่า มาพร้อมเบาะสุดฮิตสมัยนั้น ได้แก่ เบาะกำมะหยี่ … ซึ่งตอนนี้ ขนหลุดร่วงไปเยอะเลย ดูโล้นๆ อิฉันก็เลยต้องเอาที่หุ้มเบาะริลัคคุมะสุดมิ้งมาหุ้มไว้เพื่อความสวยงาม และแสดงความโนเนะในวัยเลข 3 ของตัวเอง

สภาพภายนอก สีคุณตาเริ่มมีหยาบๆ ก็ต้องลงน้ำยาขัดสีบ่อยๆ หน่อย ตอนนี้เงาเหมือนเดิมทั้งคัน ไม่มีปัญหา หลังคาที่มีส่วนที่ผุนิดหน่อย ก็ลงจารบีไว้ ไม่ให้หนักมากไปกว่านี้ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ คงได้ปะผุทำสีใหม่ แต่ตอนนี้คิดว่าสภาพคุณตายังค่อนข้างนิ้ง ยังไม่ต้องทำสีใหม่ไปอีกค่อนข้างนานเลย

ขับคุณตามาเกือบๆ เดือน ทุกอย่างไม่มีปัญหา จนกระทั่ง…วันนี้…

ตอนเย็น หลังจากปิดร้านแล้ว เราต้องออกไปซื้อผงฟู เพื่อมาทำน้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์จากกากมะนาว ก็เออ รีบออก จะได้รีบกลับบ้าน เพราะวันนี้ท่าทางจะรถเยอะตอนกลางคืน เพราะคนจะออกมาลอยกระทงกัน (อยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดงานวัดจุงเบย) ก็รีบๆ ขับรถไปเดอะมอลล์ เพราะจะซื้อของที่ Daiso ด้วย เหมือนจะฤกษ์งามยามดี (หรอ) จากร้านมาถึงเดอะมอลล์แค่ 30 นาที (ตีนผีนิดหน่อย) ได้ที่จอดรถอย่างรวดเร็ว เพราะยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน ซื้อของเรียบร้อย นั่งกินข้าวเย็น เพราะหิวโคตรรร ไม่ไหวแล้ววว

จัดการธุระเรียบร้อย เอา รีบกลับบ้านๆ ก็ขับวนๆ ลงมา คุณตาก็ยังเป็นปกติดี…จนคุณตาออกมาถึงหน้าห้าง และกำลังลงถนนมิตรภาพ คุณตาที่กำลังร้องๆ เพลงอยู่ คุณตาก็เสียงหายๆ ขาดๆ แค่กๆ

ฉัน : เอาละมึง กุว่ามันไม่ปกติ
คุณตา : แค่กๆ
ฉัน : (เปิดไฟเลี้ยว) เสียงไฟเลี้ยวแปลกๆ นะคุณตา ปกติมันแต๊กรัวกว่านี้ นี่มันเทปยานแล้วอ้าาาา คุณต๊าาาา

พอมองไปที่แผงสถานะอุปกรณ์ต่างๆ ไฟแบตขึ้นแดงแจ๋เลยค่ะ

ฉัน : คุณตาจิมาหมดแรงอัลไลตอนเน้!! ม่ายยยยย

นี่ก็แบบเอาไงดีวะ ลองขับๆ ไปก่อน ดูเหมือนยังเหยียบๆ ได้ เครื่องยนต์ยังวิ่งได้ ก็วิ่งๆ ไปจนถึงแยกไฟเขียวไฟแดง รถติดไฟแดง ทีนี้คุณตาเริ่มตัวสั่น เครื่องสั่นกึกๆ กึกๆ

ฉัน : เหี้ยแล้ว เหี้ยมากๆ คุณต๊าาาาาาา
**โทรจิกบิดาตัวเองทันที**
…ตู๊ดๆ และหลายตู๊ดๆ…บิดาไม่รับสาย!
**จิกมารดาตัวเองต่อ**
…หลายตู๊ด…มารดาไม่รับสาย!

อิฉันจึงทำการเปิดไฟฉุกเฉินก่อนและกำลังลนลานอยู่ในรถ
**จิกบิดาอีกที!**
…บิดาก็ยังไม่รับสาย…
เอาล่ะค่ะมึงงงง ยังไง ยังไง…

อัพสเตตัสเฟสบุ๊ค
…คือมันใช่เวลามั้ยวะ…แต่คิดอะไรไม่ออกจริงๆ นาทีนั้น กุอัพสถานะก่อน เผื่อมีใครเห็นข้อความ แล้วจะมีใครให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง มันตันมาก การอัพสเตตัสเฟสบุ๊คแม่งก็กิจกรรมสิ้นคิด คิดไรไม่ออก บ่นลงเฟซบุ๊คไว้ก่อน…

“คุณตาตายอยู่ตรงห้าแยกกกกก อ๊ากกกกกก ทำยังไงดี๊!!!!!” 

อัพสเตตัสแล้ว…ก็มาวุ่นวายกับคุณตาที่ยังสั่นๆ อยู่ตรงไฟแดง ซึ่งยังไม่เขียว…และเหมือนจะแดงนาน…และแล้วคุณตาก็…หมดลม…ดับแพร่ด…ฮื้ออออออออ

บิดาโทรกลับมา…ในที่สุดดดดด
อิฉันก็แจ้ง (ฟ้อง) บิดาว่ารถเสียพ่อออ แบตไม่มี๊!! //โวยวายวึ่นวือ
พ่อรับทราบ แล้วเดี๋ยวจะตีรถกลับมาช่วย ระหว่างนั้นให้รอไปก่อน

ทีนี้ระหว่างรอ เรามาดูสถานะที่ตูข้าอัพเพื่อแจ้งเพื่อนๆ และโลกโซเชี่ยล

พอไฟเขียว ก็ทำไรไม่ได้ ก็เปิดประตู เอามือโบกๆ ให้เค้าหลบซ้ายหลบขวากันไป รถหนูเด๊ดค่าาา ขออภัยยยย เค้าก็หลบซ้ายหลบขวากันไปตามความสะดวก

กลับมาที่โลกโซเชียลของเราคนที่รู้ว่าคุณตาคือใคร ก็แนะนำให้เอารถหลบไปข้างทางก่อน
ซึ่ง…อิฉันอยู่แม่งเลนกลาง และรถกำลังเยอะเหี้ยๆ! โฟลวโคตรๆ วิ่งเร็วกันสัสๆ

คำถาม…กุต้องทำยังไงงงงงงง…ไม่เคยทำ เข็นตูดหรอ … แล้วจะชิดซ้ายยังไงวะ ไม่มีคนหมุนพวงมาลัยให้กุง่า

ก็สติแตกกันอยู่ในรถนั่นแหละ…รอบิดาไป

แล้วฮีโร่ก็ปรากฎกาย ไฟแวบๆ มาจ่อตูดเลยค่า … ตำรวจหรอ โน้วววว กู้ภัยค่ะ! พี่กู้ภัยมากู้ชีวิตคุณตาแย้วววว

โชคดีที่วันนี้เป็นวันเทศกาล พี่กู้ภัยน่าจะอยู่ระหว่างทางเดินทางไปดูแลงานลอยกระทง เลยได้มาเจอชะนีกำลังมีปัญหา

พี่กู้ภัย : รถเป็นไรครับ
ฉัน : คิดว่าน่าจะแบตหมดนะคะ แบตมันขึ้นแดงๆ
พี่กู้ภัย : เอารถชิดทางซ้ายก่อนครับ ตรงนั้นๆ เอ้าๆ เข็นๆ หมุนๆ

ทันใดนั้นก็เหมือนเกิดปัญญา เออ กุก็ลงไปเข็นรถแบบเปิดประตู แล้วดันโครงรถ แล้วเอามือหมุนพวงมาลัยไปพร้อมกันก็ได้แล้วนี่หว่า เคยเห็นคนเค้าทำ

…แต่เมื่อกี้ก็คิดไม่ออก…คนมันไม่เคยยย…เขินเบย…

พี่กู้ภัย : น้องขึ้นรถเลย เดี๋ยวพี่เข็นตูด หมุนพวงมาลัยไปนะ ไปจอดตรงนู้น

พอเข้าซ้ายเรียบร้อย การจราจรก็ไหลตามปกติแล้ว มีคุณตาอยู่ตรงริมเกาะกลางถนนตรงแยก

พี่กู้ภัย : เปิดกระโปรงรถเลยครับ

โชคดีของอิฉันนนน ที่บิดาสอนเรื่องการเปิดกระโปรงรถไว้แล้ว ไม่งั้นตูจะดูโง่กว่านี้อีก ถ้ามีคำตอบให้เค้าว่าเปิดกระโปรงรถไม่เป็น แต่บิดาแค่สอนให้ฟัง ยังไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง อิฉันเลยต้องพยายามนึก

…ที่ดึงเปิดกระโปรงหน้ามันอยู่ไหนวะ…(สมองนะ…เก็บแต่เรื่องลามกไร้สาระเต็มไปโม้ด)

พอคลำๆ เจอก็ดึง แล้วก็ต้องไปปลดสลักกระโปรงหน้าสิคะ…เอาละมึงงงง เอานิ้วแหย่ๆ ปัดซ้ายหรือปัดไปทางไหนวะเห้ย…เอาวะ ซักทาง

…แล้วทางที่เอานิ้วปัดๆ ก็ดันเปิดได้…ฮาเลลูยามาก…ดูโง่น้อยลงนิดหน่อย…

พี่กู้ภัยก็ทำการจัมป์แบตให้ทันที พอคุณตาได้รับการชอตไฟฟ้า ก็ได้ทำการคืนชีพ ส่งเสียง แท่ดๆๆๆ ยังสั่นเล็กน้อย แต่พอวิ่งได้

ระหว่างนั้นเพื่อนก็โทรมาหา (บทสนทนาคร่าวๆ เป็นดังนี้ เนื่องจากยังสติแตกอยู่ จำได้ไม่หมด บทสนทนาในหัวกระเจิดกระเจิงมาก)
เพื่อน: เห็นแล้วว่ารถเสีย เมิงอยู่ไหน
ฉัน : อยู่ตรงห้าแยกเนี่ย
เพื่อน : ห้าแยกไหน
ฉัน : ห้าแยกที่มีบิ๊กซี เทอร์มินอลอ่ะ
เพื่อน : ตรงนั้นมันสามแยก
ฉัน : เออๆ นั่นแหละ เออเมิงๆ วางสายก่อนนะ เดี๋ยวกุคุยกับพี่กู้ภัยก่อน

หันมาทางพี่กู้ภัย
ฉัน : ขอบคุณค่ะพี่ พี่ว่าหนูจะขับไปรอดถึงบ้านมั้ย มันจะตายกลางทางอีกมั้ยอ่ะ
พี่กู้ภัย : (ยิ้ม) ก็ขับไป อย่าให้ดับกลางทางแล้วกัน

พูดจบแกก็กระโดดขึ้นรถ แล้วขับจากไป

เดี๋ยวววว…แม่งมาเร็วเคลมเร็ว จากกุไปอย่างเร็ว ช่วยอยู่เป็นเพื่อนเค้าอีกซักหน่อยไม่ได้เหยอ เค้าเหงา เค้าเฟ้งฟ้าง เค้าทำตัวมะถูกกกก

โทรหาบิดาแจ้งว่าได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัยผายปอดปั๊มหัวใจคุณตาแล้ว พ่อบอกให้ขับไปข้างหน้าเลยไปอีก แล้วก็ชิดซ้าย เปิดไฟฉุกเฉินรอไว้เดี๋ยวอีกแปบก็ถึง แล้วเดี๋ยวชาร์จไฟรถ จะได้วิ่งให้ถึงบ้านแล้วค่อยซ่อมพรุ่งนี้

อิฉันก็ขับรถไต่ๆ ผ่านแยกไปด้วยใจตุ๊มต่อม จอดรถไว้หน้า Cockpit เพราะไฟสว่างดี ดูปลอดภัย (ต่อผู้อื่นไม่ให้โดนอิฉันลากเข้าข้างทางยามราตรีที่มืดมิด)

20161114_191240

คุณตาระหว่างรอบิดามาป้อนข้าว (ชาร์จแบต)

ระหว่างรอก็ว่างเนาะ…ไม่มีไรทำ เช็คสเตตัสจิคะ
เพื่อนตอบมาแยะเลย ทั้งในเฟซบุ๊คและทางไลน์

ขอบคุณในคำแนะนำต่างๆ ขอบคุณความห่วงใย ขอบคุณสายที่โทรเข้ามาเพื่อให้คำแนะนำเรื่องแบตเตอรี่ เรื่องสภาพรถนะคะ

ทั้งนี้ มันสนุกมาก ที่เพื่อนมาตอบด้วยความเข้าใจผิดว่า
“นี่นั่งขายของ พักเหนื่อย เปิด FB เจอฟีลนี้ ตกใจตาเหลือก พัง (นี่ชื่อเพื่อนนางที่นั่งขายของอยู่ด้วยกัน) ไอ้เมย์เจอคนแก่ตาย จินตนาการไปไกลโพ้น ยิ่งอ่านคอมเมนต์ยิ่งระทึกตาม แกมันเอารถเข้าไม่ได้ แกคนแก่จะโดนรถเหยียบไหม เหอะๆ อ่านไปอ่านมารมณ์ค้าง พังๆ คุณตาคือรถของมัน ความสามารถในการจินตนาการเริศ”

และยังมีอีกหลายคนที่คิดว่าคุณตาคือคน…และคุณตาตาย…แว้ก!

เลยต้องรีบกลับไปอ่านสถานะตัวเองใหม่

(รีรันเผื่อคนอ่านจำไม่ได้) “คุณตาตายอยู่ตรงห้าแยกกกกก อ๊ากกกกกก ทำยังไงดี๊!!!!!”

คำถาม คนอื่นรู้มั้ยว่ารถกุชื่อคุณตา
คำตอบ ไม่มีใครเค้ารู้กับเอ็งหรอก มีรู้อยู่ไม่กี่คน แล้วสถานะเมิงน่ากลัวมากกกกก

เพื่อนก็คิดไปนู่น อิฉันเจอคนตายค่ะะะะะ!!

เลยต้องไป Edit ว่ารถกุเสียยยย และที่อัพว่าห้าแยกนั่นมันไม่ใช่ มันคือสามแยก และชื่อสามแยกอุดร

รับรองได้ว่า หลังจากนี้เป็นต้นไป อิฉันที่มีความจำปลาทอง ไม่เคยจำชื่อถนนได้เลย จะจำชื่อแยกนี้ได้อย่างแม่นยำ และเพื่อนสาวทั้งหลายก็ได้ให้ชื่อเล่นแยกนี้ไว้แล้ว

“แยกแบตหมด”

นี่ก็นั่งอ่านคำตอบเพื่อน ตอบคำตอบไป หายเครียดหายตื่นเต้นไปเยอะ สติเริ่มมา รู้สึกได้เลยว่าเมื่อกี้ตัวเองสติแตกจริงๆ ไม่เคยต้องอยู่กับสภาวะรถเจ๊งแบบขับเองคนเดียวมาก่อนเลย เพราะแต่ก่อนเป็นผู้โดยสารผู้ประสบชะตากรรมร่วมกับคนขับตลอด ก็ยังมีเพื่อนเนอะ

มีประสบการณ์ละ ทีนี้ก็เสียได้อย่างสบายใจและ ชั้นรับมือได้

…หือ…ใช่หรอวะ? มันไม่ควรเสียอีกสิ ถึงจะถูก โวะ!

พอบิดามาเราก็จั๊มแบตกัน พร้อมชาร์จแบตซักพักนึง คุณตาจะได้มีแรงกลับบ้านซักเฮือกใหญ่ๆ

20161114_193451

“ชาร์จแบตกัน”

เรียบร้อยก็คุยกันกับพ่อ เรื่องเส้นทางการกลับบ้าน เราอยากเลี่ยงการขึ้นสะพาน เพราะไม่รู้ว่าคุณตาจะมีแรงพอไหม กลัวไปตายกลางสะพาน มันจะแย่เอา เลยเลี่ยงกันไปอีกทาง ทีนี้ก็มาเรื่อง…ใครจะนำ ใครจะตาม…

บอกเลย…พ่อนำเด่ะ…เดี๋ยวเลือกทางไม่ถูกใจ

สุดท้ายฮีก็ให้ฉันนำ … เอาละเหวยยยยย ปกติกุก็ขับตามใจกุเนาะ ผิดทางก็เลี้ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจิจำทางได้ ฮาาาา

กดดันนนน…กดดันมากกก…

เอาก็เอาวะ ไหลๆ ไป เดี๋ยวก็ได้เองมั้ง…ก็เปิดกระจกรถ ขับแบบไม่เปิดแอร์ เปิดไฟหรี่ คุณตาได้ไฟแล้วดูมีแรง แต่เราไม่มั่นใจก็ค่อยๆ ไป

มีทำท่าจะเลี้ยวผิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ผิด พอไหลๆ ไปไหว บิดาหงุดหงิดการขับรถอิฉันมาก ฮีกลัวแบตหมดเนาะ ฮีก็บ่นอยู่ในรถ (แม่มาเล่าให้ฟัง) เหยียบเบรคค้างทำไม … เปิดไฟเลี้ยวอีกแล้ว … เลี้ยวอีกแล้ว …

ดีจัง…ที่ไม่ต้องฟังเอง…ฮาาาาาา

และดิฉันก็กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และมีเรื่องราวมาเล่าให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกัน หลังจากที่ไม่ได้อัพบล็อกแบบเป็นเรื่องเป็นราวมานานมากๆ

สรุปว่า สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ไดชาร์จอาจจะเสีย เลยไม่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ พรุ่งนี้จะทำการซ่อมต่อไป

…สุดท้ายนี้…สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ ขอให้รถของทุกท่านมีสุขภาพที่ดี

 

[105] สูตรอาหาร: มันอบ ทำง่ายๆ กินง่ายๆ มาอวบอึ๋มแบบง่ายๆ กันเถอะ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , ,

ช่วงนี้ที่เดอะมอลล์ที่โคราชคึกคักมากค่ะ ห้างรีโนเวทเพิ่มเติม เปิดโซนใหม่ คนเดินกันเยอะแยะ เราอยากกินซิสเลอร์ แต่ไม่สามารถสู้กับคลื่นฝูงชนได้จริงๆ

ป้ายอมแพ้ //ยกมือให้สองมือเลย

จริงๆ ก็อยากทำสเต็กให้มันครบคอร์สใหญ่ แต่ดูจริงจังเนอะ แค่อยากกินมันอบในเซทเอง ชะละล่า เราอย่ารอช้า ทำกินเองซะเลยปะไร เหมือนจะไม่ยาก ลองดูๆ

มาลองทำกันนะคะ มีขั้นตอนนิดเดียวเท่านั้นเอง แต่ใช้เวลาตอนอบมากหน่อย เผื่อเวลาหน่อยก็ดีค่ะ

jeansbubbles-bakedpotato

เครื่องปรุงและอุปกรณ์

  • มันฝรั่ง
  • น้ำมันมะกอก (Extralight หรือ Classico ที่ใช้สำหรับการปรุงอาหารด้วยความร้อน)
  • เกลือ
  • เนยเค็ม
  • พริกไทย
  • อลูมินั่มฟอยล์สำหรับทำอาหาร

**ส่วนอันนี้ ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ เป็นส่วนเพิ่มเติม

  • ออริกาโน่
  • มอสซาเรลล่าชีส หรือ ชีสรวมโฟร์ชีส (ของเราเป็นมอสซาเรลล่า/เกาด้า/พาร์เมซาน/เชดด้า>>หาได้ตามโลตัสทั่วไปเลยค่ะ)

วิธีทำ

  1. เปิดอุ่นเตาอบไว้ที่ความร้อน 450 องศาฟาเรนไฮต์ (230 องศาเซลเซียส) ไฟบนล่าง 15 นาที ถ้าอยากให้เร็วหน่อยก็เปิดไฟบนล่างแบบเปิดพัดลมเตา
  2. ระหว่างนั้นก็หันมาจัดการกับมันฝรั่งกันค่ะ เอามันฝรั่งไปล้างน้ำ สกอตช์ไบรท์ขัดเบาๆ ให้ดินหลุดออกจากผิวให้ได้มากที่สุด เช็ดให้แห้ง เอาส้อมจิ้มมันฝรั่งซัก 3-4 ที รอบๆ ลูกมันฝรั่ง เวลาเอาเข้าเตาอบจะได้ไม่ระเบิดปุ้งปั้ง
  3. ทาน้ำมันมะกอกที่ผิวมันฝรั่งและลูบๆ เกลือที่ผิว (จะคลุกพริกไทยด้วยก็ได้ค่ะ) เรียบร้อยแล้วพ่อมันฝรั่งด้วยฟอยล์
  4. เมื่อเตาอบร้อนได้ที่ ใส่มันฝรั่งเข้าไป ใช้ไฟบนล่าง(ปิดพัดลมซะถ้าเปิดอยู่) อบมันฝรั่งเป็นเวลา 45-60 นาที แล้วแต่ความบิ๊กเบิ้มของมันฝรั่ง ถ้าลูกใหญ่ก็ยาวๆ 60 นาทีไปเลย
  5. เช็คว่ามันฝรั่งสุกหรือยัง โดยการเสียบมีดลงไปในมันฝรั่ง ถ้าเสียบลงไปได้จนสุด นิ่มดีไม่ติดแข็งๆ ก็แสดงว่าสุกดีแล้วค่ะ
  6. ปาดมันฝรั่งเป็นตัว + แล้วเอามือบีบให้เนื้อมันฝรั่งเผยอออก แล้วใส่เนยเค็มลงไป มากน้อยแล้วแต่ความเลิฟค่ะ
  7. ในขั้นตอนนี้ ถ้าใครจะใส่ชีส ก็โรยชีสลงไป อบต่ออีกนิดให้ชีสละลายและไหม้นิดๆ
  8. บดพริกไทยใส่ และโรยออริกาโน่
  9. พร้อมหม่ำแล้วค่ะ ^^

ขั้นตอนมีไม่มากเลย ทำง่ายด้วยนะ

สำหรับคนที่อยากทำเก็บไว้หลายๆ มื้อ ก็อบมันฝรั่งใส่ฟอยล์ไว้ก่อนได้ค่ะ แล้วก็ฟรีซมันฝรั่งที่อบแล้วไว้ในช่องแข็ง พออยากกินก็ค่อยเอาออกมาใส่จาน เอาฟอยล์ออก ฟอยล์ใส่เวฟไม่ได้นะคะ มันจะก่อประกายไฟเน้ออุ่นใส่เวฟ แล้วก็ใส่เนย หม่ำๆ ได้เลย

[104] Review: Bobbi Brown Blush – Flame #43

ป้ายกำกับ

, , , , , , ,

Bobbi Brown
Blush
สี Flame เบอร์ 43
ราคาหน้ากล่อง 1250
ราคาสอย 1125

อยากได้สีแบบ Nars Exhibit A แต่โคราชไม่มีเคาน์เตอร์ Nars (บ้านนอกนิดหน่อย) เลยเดินไปเจอสีนี้ เกือบเหมือน แต่ยังไม่ใช่ ของ Nars มันจะดูบ่มแดดสุขภาพดีกว่านี้ อันนี้ยังติดชมพูลุคหวานกว่า

เนื้อนุ่มและพิกเมนต์มันจัดมาก เวลาปัด ควรแตะแปรงแต่เพียงบางเบา (ประหยัดดี ชอบมาก) เพื่อคุมสีให้ได้ ไม่พอค่อยแตะเพิ่ม ถ้าโบกรวดเดียวก็แก้ยาก ได้แต่งใหม่ทั้งหน้าเป็นแม่นมั่น

เนื้อดี ความที่มันเป็นเนื้อแมท เวลาลงแล้วถ้าลงเบาๆ จางๆ กว่านี้หน่อย มันจะเหมือนไปวิ่งมาแล้วระเรื่อๆ ไม่หลอกตา อย่างพวกเนื้อชิมเมอร์นี่ปัดแล้วรู้ว่าปัดเนอะ ระยิบมาเลย

แต่ถ้าอยากได้สีบ่มแดด Exhibit A ก็ยังสวยกว่าอยู่ดี

วันนี้เหมือนจะยังลงหนักไป…ไว้ตบๆ ออก

image

[103] การดูแลบาดแผลหลังการเจาะร่างกาย: ว่าด้วยเรื่องติ่งไม่พึงประสงค์จากการเจาะ มันคืออะไร? กำจัดอย่างไรดี?

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , , , , ,

จากบล็อกเกี่ยวกับการเจาะก่อนหน้านี้ [081] การดูแลบาดแผลหลังการเจาะร่างกาย (Body Piercing) และความเข้าใจผิดๆ เรื่องการใช้แอลกอฮอล์ล้างแผล อันนั้นว่าด้วยการดูแลบาดแผลทั่วไป ให้ไม่เกิดปัญหา

ทีนี้เราเพิ่งไปเจาะกระดูกอ่อนตรงหูมาค่ะ แล้วทีนี้ปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการเจาะที่อื่นๆ ก็เกิดขึ้น

“คีลอยด์” มาค่ะ 3 รูสวยงาม

คีลอยด์ (Keliod) จากการเจาะ หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกกันว่า บัมพ์ (ฺBump) หรือ บับเบิ้ล (Bubble) ลักษณะเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ หรือคล้ายๆ เป็นเนื้อปูดๆ ขึ้นมาแถวๆ บริเวณที่เจาะ มักจะเกิดกับพื้นที่เจาะที่เป็นกระดูกอ่อน แต่ส่วนที่เป็นเนื้อธรรมดาก็มีสิทธิ์เกิดได้เช่นเดียวกันค่ะ เกิดจากการที่ร่างกายพยายามสมานแผลที่เราเจาะไว้

ทีนี้เรามาดูลักษณะของบัมพ์ของเจ้าของบล็อกกันฮ่ะ

20141105_210943-1[1]

พอเห็นกันมั้ยคะ ลักษณะของบัมพ์ มากันครบทุกรูเลยเชียวนะ เราใส่จิวแบบ Nose Hook ไว้ค่ะ จะได้ทำความสะอาดง่ายหน่อย

เห็นได้ชัดเลยนะคะ ว่าเป็นลักษณะของบัมพ์เต็มที่ 555

เอาล่ะ เรามาดูการกำจัดบัมพ์ออกจากแผลเจาะของเรากันดีกว่า

สสารที่เราต้องการมี 2 อย่างด้วยกันนะคะ

  1. น้ำเกลือล้างแผล (ไม่ใช่น้ำผสมเกลือนะ อันนั้นใครเผลอเอามาล้างแผลนี่แสบน้ำตาไหลไม่เกี่ยวกะเรานะ) หาซื้อได้ตามร้านขายยาค่ะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sodiul Chloride Solution ล้างแผล แล้วแผลไม่แสบ สะอาดปราศจากเชื้อ เราไม่ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์นะคะ ทำไม? เหตุผลหาอ่านได้ในบล็อกเรื่องก่อนหน้าที่แปะลิงค์ไว้ให้ตรงต้นบล็อกค่ะ
  2. สสารสำคัญที่เราจะใช้กำจัดบัมพ์ของเรา ได้แก่ “Tea Tree Oil 100%” ค่ะ ถามว่าหาซื้อได้จากที่ไหน ในไทยที่เห็นกันก็ที่ช็อปของ The Body Shop ค่ะ หรือถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัด หาที่ซื้อยาก ก็สั่งจากเวบไซท์ให้มาส่งถึงหน้าบ้านด้วยบริการไปรษณีย์ไทย เราสั่งจากเวบนี้ค่ะ Clear Acne ขวดละ 270 (ยังไม่รวมค่าส่ง)

เริ่มกำจัดน้องบัมพ์ที่ดูเหมือนจะน่ารักกันดีกว่า

หลังการอาบน้ำเช้าเย็นทุกวัน แช่แผลที่เจาะในน้ำเกลือซัก 15 นาที หรือราดน้ำเกลือให้ไหลผ่านแผลซักพัก เพื่อกำจัดคราบไคลที่เราไม่ต้องการให้มันมาวนเวียนเข้าแผลให้มันอักเสบ

เมื่อเรียบร้อยแล้ว เราก็ใช้คอตต้อนบัดจุ่มลงไปในขวด Tea Tree Oil แล้วมาป้ายรอบๆ แผลที่เจาะที่เป็นบัมพ์ค่ะ หากจะจุ่มซ้ำหลังป้ายลงบริเวณที่เจาะแล้วควรเปลี่ยนคอตต้อนบัดใหม่ทุกครั้ง ที่จะจุ่มลงขวดใดๆ ก็ตามนะคะ กันไม่ให้ขวดน้ำเกลือและขวด Tea Tree Oil ของเรากลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อนะคะ เปลืองหน่อยแต่สะอาดไว้ก่อนดีกว่า

ทาบ่อยแค่ไหน?
Tea Tree Oil มีคุณสมบัติทำให้ผิวแห้งค่ะ (ใช้กับสิวอักเสบทำให้สิวยุบรวดเร็วได้ด้วยนะ คุณสมบัติ 2 in 1 เลยนะเนี่ย) สำหรับเจ้าบัมพ์นี่ ใช้แค่อาทิตย์ละ 2 หนก็พอ เช่น วันจันทร์ แล้วก็วันศุกร์ 1 ครั้งต่อวันก็เพียงพอค่ะ

ทาทุกวันเลยได้หรือไม่?
ไม่ควรทาทุกวันค่ะ อย่างที่แจ้งไปแล้วว่า Tea Tree Oil มีคุณสมบัติทำให้ผิวแห้ง หากใช้บ่อยเกินไป จะทำให้แผลที่เจาะ ระคายเคือง และคัน จนเราไปแกะไปเกาแผล ซึ่งจะทำให้มันแย่ลงไปกว่าเดิมเน้อ แค่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ (แต่ถ้าใช้กรณีรักษาสิว ป้ายเช้าป้ายเย็นค่ะ วันละสองหนไปเร้ย)

ใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน?
เจ้าบัมพ์นี่ ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2-3 เดือนเป็นอย่างต่ำค่ะ ส่วนใหญ่ประมาณ 2 เดือนก็เริ่มเห็นผลแล้วค่ะ ขนาดของบัมพ์จะยุบลงเรื่อยๆ เราก็ป้ายตามเวลาไป จนกว่าบัมพ์จะหมดไปค่ะ

มีข้อต้องห้ามอื่นอีกไหม?
เพราะผิวที่ทา Tea Tree Oil จะแห้ง มันจะมีการตกสะเก็ด หน้าตามันจะดูเขลอะๆ ไม่ต้องไปยุ่งมันค่ะ ปล่อยมัน อย่าไปแคะ ไปแกะ ไปเกามันเชียว ไอ้ดันจิวดันต่างหูนี่ไม่ต้องทำนะคะ แค่ทำความสะอาด แล้วก็ทาออยล์ตามเวลาไป ปล่อยมันไว้ ไม่ต้องยุ่งกับมันนอกจากเวลาทำแผล แล้วมันจะดีขึ้นเอง การที่ไปล้วงแคะแกะเกา ไม่ว่าจะด้วยเล็บ หรือเข็ม หรืออื่นใด (เข้าใจว่ามันคัน เกาแล้วฟิน แต่ก็ไม่ควรทำค่ะ ทนไว้ เพื่อความสวยงามของแผลที่อุตส่าห์เจ็บตัวเจาะทั้งที) เพราะเล็บนี่ ต่อให้ทำความสะอาดดียังไงก็ยังมีเชื้อโรคนะคะ แผลติดเชื้อมา มันจะรักษายากกว่าเดิมเนอะ

ฉะนั้น อดทน ล้างแผล และทาออยล์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

ขอให้บัมพ์จงหายไปทุกท่านค่ะ

สงสัยอะไรทิ้งคำถามเอาไว้ได้ค่ะ แล้วจะพยายามเข้ามาตอบให้ภายในวันเดียวกันค่ะ ^^

[102] สูตรอาหาร: หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , ,

อยากกินๆ หากินยากหากินเย็น ทำเองเลย!

เป็นเมนูเหมือนทำยากนะ แต่ง่ายอ้ะ (พูดงี้ตลอด คือ…ถ้ายากไม่ทำค่ะ โอเคนะ 5555)

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

เครื่องปรุง

  • กะทิ
  • เต้าเจี้ยวขาว (บดให้ละเอียด)
  • หมูสับ
  • (ถ้าอยากไฮโซขึ้นสองขั้น ใส่กุ้งสับลงไปด้วยก็ได้ค่ะ)
  • หอมแดงซอย
  • หอมแดงตำ/ปั่นละเอียด
  • พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น
  • น้ำตาลปีบ
  • น้ำส้มมะขาม (เดี๋ยวนี้สบายหน่อย มีแบบสำเร็จเป็นขวดๆ ขายลองหาซื้อดูนะคะ จะได้ไม่ต้องคั้นเอง มือเละเทะ)
  • เกลือ (เผื่อไม่เค็ม)

วิธีทำ

  1. ตั้งกะทิด้วยไฟอ่อน คนเรื่อยๆ จนกะทิแตกมัน
  2. ใส่เต้าเจี้ยวบดกับหอมแดงปั่นลงไป คนให้เต้าเจี้ยวไม่เกาะเป็นก้อน
  3. ใส่หมูสับ (และกุ้งสับถ้ามี) ยีให้แตกตัวออกจากกัน จนหมูสุก
  4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำส้มมะขาม น้ำตาลใส่ทีละน้อย หวานไปแก้ยาก ใส่ไปชิมไปจนได้รสที่ต้องการ เกลือใส่ต่อเมื่อชิมแล้วยังไม่เค็มเท่าที่ต้องการ แต่ส่วนใหญ่ที่ชิมดู แค่เต้าเจี้ยวก็จบแล้วนะ เค็มอยู่
  5. ใส่หอมแดงซอยและพริกชี้ฟ้า คนให้เข้ากัน
  6. ตักเสิร์ฟพร้อมผักสด หรือผักลวก

[101] สูตรอาหาร: หมูกรอบอร่อยๆ ทำเองก็ได้ง่ายจังเลยโนะ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,

เดี๋ยวนี้เวลาไปร้านข้าวหมูกรอบ ทำไมหมูมันถึงได้น้อยลงเรื่อยๆ แฟระ

อย่ากระนั้นเลย ทำเองไปเลยดีมั้ยยยยย

เอ้า จัดไป

สูตรนี้เราใช้เตาแบบฝาอบลมร้อนมาทำนะคะ เพราะอะไร? เพราะมันง่ายค่ะ แล้วก็ไม่ต้องทอดน้ำมันให้มันเลอะเทอะปุ้งปั้ง แถมยังรีดเอาน้ำมันออกจากหมูสามชั้นได้ด้วย หมูที่ทำเสร็จแล้ว ส่วนเนื้อก็จะกรอบอร่อยค่ะ ไม่เลี่ยนด้วยนะ (แอบเฮลธ์ตี้กว่าเดิม 0.98%)

เริ่มเลยเนอะ

เครื่องปรุง

  • หมูสามชั้น
  • เกลือ

(มีแค่สองอย่างนี่ล่ะฮ่ะ เด็ดๆ สุดต้องยกให้เตาอบฝาลมร้อนเนี่ย ต้องมีนะฮัฟ)

วิธีทำ

  • ต้มน้ำที่ใส่เกลือ เน้นเค็มหน่อย เพราะเราต้องการให้หมูมันมีรสมีชาติค่ะ เราใช้น้ำหม้อกลางกับเกลือประมาณ 3 ช้อนชาพูนๆ
  • ต้มหมูสามชั้นในน้ำเกลือเดือดให้สุกดี ตักขึ้น
  • >> สำคัญมาก!! เอาส้อมจิ้มๆ หนังหมูให้ทั่ว ยิ่งยิบตอนอบหนังหมูจะยิ่งฟูกรอบอร่อยนะคะ จริงๆ มันมีอุปกรณ์จิ้มหนังหมูกรอบนะคะ ถ้าใครมีก็ใช้อันนั้นแหละเนาะ ถ้าไม่มีก็ส้อมธรรมด๊าธรรมดานี่ล่ะค่ะ
  • เรียงหมูสามชั้นต้มสุกที่จิ้มหนังแล้วลงในเตาฝาอบลมร้อน เอาด้านหนังลงข้างล่าง เราจะอบเนื้อข้างล่างก่อนนะคะ
  • ปรับอุณหภูมิที่ฝาไปที่ 200 องศาเซลเซียส อบประมาณ 30 นาที หรือลองสังเกตเนื้อหมูดู ให้เหลืองสวย ระวังไหม้
  • ถ้าโอเคแล้ว พลิกด้านหนังหมูขึ้นข้างบน แล้วปรับอุณหภูมิขึ้นเป็น 250 องศาเซลเซียส อบต่อประมาณ 5-10 นาที ขั้นตอนนี้ หนังจะแตกโป๊ะๆ (ไม่ได้ดังมาก แค่ปุๆ) แล้วหนังจะพองๆ ออกมาค่ะ ดูให้หนังเป็นสีเหลืองฟูสวย ระวังไหม้ด้วยนะคะ ถ้าได้ระดับที่เราต้องการกินแล้วก็ยกออกเลย

ลองมองลงไปที่ด้านล่างนะคะ จะเห็นน้ำมันหมูออกมาเป็นแบบเจิ่งๆ เลย ทำหมูกรอบด้วยวิธีนี้ก็ดีนะ แทนที่จะเอาไปทอดในน้ำมันท่วมๆ ให้มันเยิ้มๆ หนัก ก็เป็นการรีดเอาน้ำมันออกจากหมูให้มันน้อยลงนิดนึง แล้วเนื้อหมูก็แห้งกรอบอร่อยเลยค่ะ

ส่วนน้ำมันหมู จะเอาไปเจียวไข่ต่อก็ได้นะคะ (อร่อยโคตร แต่อ้วนลืมมมมม)

หมูกรอบเตาฝาอบลมร้อนหมูกรอบจากเตาฝาอบลมร้อนเมื่อเสร็จแล้ว สีสวยน่ากินมากเลยค่ะ แอร๊ยยยยย

10354177_10153199410194908_8803705487962198426_nตอนแรกต้องหันหนังลง เอาเนื้อขึ้นอบก่อนนะคะ

น้ำมันหมูน้ำมันหมูอันเจิ่งนอง เอิกๆ