[104] Review: Bobbi Brown Blush – Flame #43

ป้ายกำกับ

, , , , , , ,

Bobbi Brown
Blush
สี Flame เบอร์ 43
ราคาหน้ากล่อง 1250
ราคาสอย 1125

อยากได้สีแบบ Nars Exhibit A แต่โคราชไม่มีเคาน์เตอร์ Nars (บ้านนอกนิดหน่อย) เลยเดินไปเจอสีนี้ เกือบเหมือน แต่ยังไม่ใช่ ของ Nars มันจะดูบ่มแดดสุขภาพดีกว่านี้ อันนี้ยังติดชมพูลุคหวานกว่า

เนื้อนุ่มและพิกเมนต์มันจัดมาก เวลาปัด ควรแตะแปรงแต่เพียงบางเบา (ประหยัดดี ชอบมาก) เพื่อคุมสีให้ได้ ไม่พอค่อยแตะเพิ่ม ถ้าโบกรวดเดียวก็แก้ยาก ได้แต่งใหม่ทั้งหน้าเป็นแม่นมั่น

เนื้อดี ความที่มันเป็นเนื้อแมท เวลาลงแล้วถ้าลงเบาๆ จางๆ กว่านี้หน่อย มันจะเหมือนไปวิ่งมาแล้วระเรื่อๆ ไม่หลอกตา อย่างพวกเนื้อชิมเมอร์นี่ปัดแล้วรู้ว่าปัดเนอะ ระยิบมาเลย

แต่ถ้าอยากได้สีบ่มแดด Exhibit A ก็ยังสวยกว่าอยู่ดี

วันนี้เหมือนจะยังลงหนักไป…ไว้ตบๆ ออก

image

[103] การดูแลบาดแผลหลังการเจาะร่างกาย: ว่าด้วยเรื่องติ่งไม่พึงประสงค์จากการเจาะ มันคืออะไร? กำจัดอย่างไรดี?

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , , , , ,

จากบล็อกเกี่ยวกับการเจาะก่อนหน้านี้ [081] การดูแลบาดแผลหลังการเจาะร่างกาย (Body Piercing) และความเข้าใจผิดๆ เรื่องการใช้แอลกอฮอล์ล้างแผล อันนั้นว่าด้วยการดูแลบาดแผลทั่วไป ให้ไม่เกิดปัญหา

ทีนี้เราเพิ่งไปเจาะกระดูกอ่อนตรงหูมาค่ะ แล้วทีนี้ปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการเจาะที่อื่นๆ ก็เกิดขึ้น

“คีลอยด์” มาค่ะ 3 รูสวยงาม

คีลอยด์ (Keliod) จากการเจาะ หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกกันว่า บัมพ์ (ฺBump) หรือ บับเบิ้ล (Bubble) ลักษณะเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ หรือคล้ายๆ เป็นเนื้อปูดๆ ขึ้นมาแถวๆ บริเวณที่เจาะ มักจะเกิดกับพื้นที่เจาะที่เป็นกระดูกอ่อน แต่ส่วนที่เป็นเนื้อธรรมดาก็มีสิทธิ์เกิดได้เช่นเดียวกันค่ะ เกิดจากการที่ร่างกายพยายามสมานแผลที่เราเจาะไว้

ทีนี้เรามาดูลักษณะของบัมพ์ของเจ้าของบล็อกกันฮ่ะ

20141105_210943-1[1]

พอเห็นกันมั้ยคะ ลักษณะของบัมพ์ มากันครบทุกรูเลยเชียวนะ เราใส่จิวแบบ Nose Hook ไว้ค่ะ จะได้ทำความสะอาดง่ายหน่อย

เห็นได้ชัดเลยนะคะ ว่าเป็นลักษณะของบัมพ์เต็มที่ 555

เอาล่ะ เรามาดูการกำจัดบัมพ์ออกจากแผลเจาะของเรากันดีกว่า

สสารที่เราต้องการมี 2 อย่างด้วยกันนะคะ

  1. น้ำเกลือล้างแผล (ไม่ใช่น้ำผสมเกลือนะ อันนั้นใครเผลอเอามาล้างแผลนี่แสบน้ำตาไหลไม่เกี่ยวกะเรานะ) หาซื้อได้ตามร้านขายยาค่ะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sodiul Chloride Solution ล้างแผล แล้วแผลไม่แสบ สะอาดปราศจากเชื้อ เราไม่ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์นะคะ ทำไม? เหตุผลหาอ่านได้ในบล็อกเรื่องก่อนหน้าที่แปะลิงค์ไว้ให้ตรงต้นบล็อกค่ะ
  2. สสารสำคัญที่เราจะใช้กำจัดบัมพ์ของเรา ได้แก่ “Tea Tree Oil 100%” ค่ะ ถามว่าหาซื้อได้จากที่ไหน ในไทยที่เห็นกันก็ที่ช็อปของ The Body Shop ค่ะ หรือถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัด หาที่ซื้อยาก ก็สั่งจากเวบไซท์ให้มาส่งถึงหน้าบ้านด้วยบริการไปรษณีย์ไทย เราสั่งจากเวบนี้ค่ะ Clear Acne ขวดละ 270 (ยังไม่รวมค่าส่ง)

เริ่มกำจัดน้องบัมพ์ที่ดูเหมือนจะน่ารักกันดีกว่า

หลังการอาบน้ำเช้าเย็นทุกวัน แช่แผลที่เจาะในน้ำเกลือซัก 15 นาที หรือราดน้ำเกลือให้ไหลผ่านแผลซักพัก เพื่อกำจัดคราบไคลที่เราไม่ต้องการให้มันมาวนเวียนเข้าแผลให้มันอักเสบ

เมื่อเรียบร้อยแล้ว เราก็ใช้คอตต้อนบัดจุ่มลงไปในขวด Tea Tree Oil แล้วมาป้ายรอบๆ แผลที่เจาะที่เป็นบัมพ์ค่ะ หากจะจุ่มซ้ำหลังป้ายลงบริเวณที่เจาะแล้วควรเปลี่ยนคอตต้อนบัดใหม่ทุกครั้ง ที่จะจุ่มลงขวดใดๆ ก็ตามนะคะ กันไม่ให้ขวดน้ำเกลือและขวด Tea Tree Oil ของเรากลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อนะคะ เปลืองหน่อยแต่สะอาดไว้ก่อนดีกว่า

ทาบ่อยแค่ไหน?
Tea Tree Oil มีคุณสมบัติทำให้ผิวแห้งค่ะ (ใช้กับสิวอักเสบทำให้สิวยุบรวดเร็วได้ด้วยนะ คุณสมบัติ 2 in 1 เลยนะเนี่ย) สำหรับเจ้าบัมพ์นี่ ใช้แค่อาทิตย์ละ 2 หนก็พอ เช่น วันจันทร์ แล้วก็วันศุกร์ 1 ครั้งต่อวันก็เพียงพอค่ะ

ทาทุกวันเลยได้หรือไม่?
ไม่ควรทาทุกวันค่ะ อย่างที่แจ้งไปแล้วว่า Tea Tree Oil มีคุณสมบัติทำให้ผิวแห้ง หากใช้บ่อยเกินไป จะทำให้แผลที่เจาะ ระคายเคือง และคัน จนเราไปแกะไปเกาแผล ซึ่งจะทำให้มันแย่ลงไปกว่าเดิมเน้อ แค่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ (แต่ถ้าใช้กรณีรักษาสิว ป้ายเช้าป้ายเย็นค่ะ วันละสองหนไปเร้ย)

ใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน?
เจ้าบัมพ์นี่ ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2-3 เดือนเป็นอย่างต่ำค่ะ ส่วนใหญ่ประมาณ 2 เดือนก็เริ่มเห็นผลแล้วค่ะ ขนาดของบัมพ์จะยุบลงเรื่อยๆ เราก็ป้ายตามเวลาไป จนกว่าบัมพ์จะหมดไปค่ะ

มีข้อต้องห้ามอื่นอีกไหม?
เพราะผิวที่ทา Tea Tree Oil จะแห้ง มันจะมีการตกสะเก็ด หน้าตามันจะดูเขลอะๆ ไม่ต้องไปยุ่งมันค่ะ ปล่อยมัน อย่าไปแคะ ไปแกะ ไปเกามันเชียว ไอ้ดันจิวดันต่างหูนี่ไม่ต้องทำนะคะ แค่ทำความสะอาด แล้วก็ทาออยล์ตามเวลาไป ปล่อยมันไว้ ไม่ต้องยุ่งกับมันนอกจากเวลาทำแผล แล้วมันจะดีขึ้นเอง การที่ไปล้วงแคะแกะเกา ไม่ว่าจะด้วยเล็บ หรือเข็ม หรืออื่นใด (เข้าใจว่ามันคัน เกาแล้วฟิน แต่ก็ไม่ควรทำค่ะ ทนไว้ เพื่อความสวยงามของแผลที่อุตส่าห์เจ็บตัวเจาะทั้งที) เพราะเล็บนี่ ต่อให้ทำความสะอาดดียังไงก็ยังมีเชื้อโรคนะคะ แผลติดเชื้อมา มันจะรักษายากกว่าเดิมเนอะ

ฉะนั้น อดทน ล้างแผล และทาออยล์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

ขอให้บัมพ์จงหายไปทุกท่านค่ะ

สงสัยอะไรทิ้งคำถามเอาไว้ได้ค่ะ แล้วจะพยายามเข้ามาตอบให้ภายในวันเดียวกันค่ะ ^^

[102] สูตรอาหาร: หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , ,

อยากกินๆ หากินยากหากินเย็น ทำเองเลย!

เป็นเมนูเหมือนทำยากนะ แต่ง่ายอ้ะ (พูดงี้ตลอด คือ…ถ้ายากไม่ทำค่ะ โอเคนะ 5555)

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ

เครื่องปรุง

  • กะทิ
  • เต้าเจี้ยวขาว (บดให้ละเอียด)
  • หมูสับ
  • (ถ้าอยากไฮโซขึ้นสองขั้น ใส่กุ้งสับลงไปด้วยก็ได้ค่ะ)
  • หอมแดงซอย
  • หอมแดงตำ/ปั่นละเอียด
  • พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น
  • น้ำตาลปีบ
  • น้ำส้มมะขาม (เดี๋ยวนี้สบายหน่อย มีแบบสำเร็จเป็นขวดๆ ขายลองหาซื้อดูนะคะ จะได้ไม่ต้องคั้นเอง มือเละเทะ)
  • เกลือ (เผื่อไม่เค็ม)

วิธีทำ

  1. ตั้งกะทิด้วยไฟอ่อน คนเรื่อยๆ จนกะทิแตกมัน
  2. ใส่เต้าเจี้ยวบดกับหอมแดงปั่นลงไป คนให้เต้าเจี้ยวไม่เกาะเป็นก้อน
  3. ใส่หมูสับ (และกุ้งสับถ้ามี) ยีให้แตกตัวออกจากกัน จนหมูสุก
  4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำส้มมะขาม น้ำตาลใส่ทีละน้อย หวานไปแก้ยาก ใส่ไปชิมไปจนได้รสที่ต้องการ เกลือใส่ต่อเมื่อชิมแล้วยังไม่เค็มเท่าที่ต้องการ แต่ส่วนใหญ่ที่ชิมดู แค่เต้าเจี้ยวก็จบแล้วนะ เค็มอยู่
  5. ใส่หอมแดงซอยและพริกชี้ฟ้า คนให้เข้ากัน
  6. ตักเสิร์ฟพร้อมผักสด หรือผักลวก

[101] สูตรอาหาร: หมูกรอบอร่อยๆ ทำเองก็ได้ง่ายจังเลยโนะ

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,

เดี๋ยวนี้เวลาไปร้านข้าวหมูกรอบ ทำไมหมูมันถึงได้น้อยลงเรื่อยๆ แฟระ

อย่ากระนั้นเลย ทำเองไปเลยดีมั้ยยยยย

เอ้า จัดไป

สูตรนี้เราใช้เตาแบบฝาอบลมร้อนมาทำนะคะ เพราะอะไร? เพราะมันง่ายค่ะ แล้วก็ไม่ต้องทอดน้ำมันให้มันเลอะเทอะปุ้งปั้ง แถมยังรีดเอาน้ำมันออกจากหมูสามชั้นได้ด้วย หมูที่ทำเสร็จแล้ว ส่วนเนื้อก็จะกรอบอร่อยค่ะ ไม่เลี่ยนด้วยนะ (แอบเฮลธ์ตี้กว่าเดิม 0.98%)

เริ่มเลยเนอะ

เครื่องปรุง

  • หมูสามชั้น
  • เกลือ

(มีแค่สองอย่างนี่ล่ะฮ่ะ เด็ดๆ สุดต้องยกให้เตาอบฝาลมร้อนเนี่ย ต้องมีนะฮัฟ)

วิธีทำ

  • ต้มน้ำที่ใส่เกลือ เน้นเค็มหน่อย เพราะเราต้องการให้หมูมันมีรสมีชาติค่ะ เราใช้น้ำหม้อกลางกับเกลือประมาณ 3 ช้อนชาพูนๆ
  • ต้มหมูสามชั้นในน้ำเกลือเดือดให้สุกดี ตักขึ้น
  • >> สำคัญมาก!! เอาส้อมจิ้มๆ หนังหมูให้ทั่ว ยิ่งยิบตอนอบหนังหมูจะยิ่งฟูกรอบอร่อยนะคะ จริงๆ มันมีอุปกรณ์จิ้มหนังหมูกรอบนะคะ ถ้าใครมีก็ใช้อันนั้นแหละเนาะ ถ้าไม่มีก็ส้อมธรรมด๊าธรรมดานี่ล่ะค่ะ
  • เรียงหมูสามชั้นต้มสุกที่จิ้มหนังแล้วลงในเตาฝาอบลมร้อน เอาด้านหนังลงข้างล่าง เราจะอบเนื้อข้างล่างก่อนนะคะ
  • ปรับอุณหภูมิที่ฝาไปที่ 200 องศาเซลเซียส อบประมาณ 30 นาที หรือลองสังเกตเนื้อหมูดู ให้เหลืองสวย ระวังไหม้
  • ถ้าโอเคแล้ว พลิกด้านหนังหมูขึ้นข้างบน แล้วปรับอุณหภูมิขึ้นเป็น 250 องศาเซลเซียส อบต่อประมาณ 5-10 นาที ขั้นตอนนี้ หนังจะแตกโป๊ะๆ (ไม่ได้ดังมาก แค่ปุๆ) แล้วหนังจะพองๆ ออกมาค่ะ ดูให้หนังเป็นสีเหลืองฟูสวย ระวังไหม้ด้วยนะคะ ถ้าได้ระดับที่เราต้องการกินแล้วก็ยกออกเลย

ลองมองลงไปที่ด้านล่างนะคะ จะเห็นน้ำมันหมูออกมาเป็นแบบเจิ่งๆ เลย ทำหมูกรอบด้วยวิธีนี้ก็ดีนะ แทนที่จะเอาไปทอดในน้ำมันท่วมๆ ให้มันเยิ้มๆ หนัก ก็เป็นการรีดเอาน้ำมันออกจากหมูให้มันน้อยลงนิดนึง แล้วเนื้อหมูก็แห้งกรอบอร่อยเลยค่ะ

ส่วนน้ำมันหมู จะเอาไปเจียวไข่ต่อก็ได้นะคะ (อร่อยโคตร แต่อ้วนลืมมมมม)

หมูกรอบเตาฝาอบลมร้อนหมูกรอบจากเตาฝาอบลมร้อนเมื่อเสร็จแล้ว สีสวยน่ากินมากเลยค่ะ แอร๊ยยยยย

10354177_10153199410194908_8803705487962198426_nตอนแรกต้องหันหนังลง เอาเนื้อขึ้นอบก่อนนะคะ

น้ำมันหมูน้ำมันหมูอันเจิ่งนอง เอิกๆ

[100] สูตรอาหาร: ซุปไก่แบบง่ายมากกกกกก โยนๆ ลงไป ก็ได้กินแล้วจ้า

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,

ฉลองบล็อกที่ 100 ด้วยซุปไก่

แล้วซุปไก่มันพิเศษยังไง? ไม่รู้สิ มันโผล่มาตอน 100 พอดี เลยโดนติ๊ต่างว่าพิเศษแล้วกัน เอาเป็นว่ามันพิเศษเป็นเมนูที่ทำง่ายแล้วดูแอดวานซ์ทั้งๆ ที่ก็แค่โยนๆ ลงไปแล้วก็ต้มๆ เคี่ยวๆ

ช่วงนี้ก็ปลาายฝนต้นหนาวแล้วเนาะ อากาศเริ่มมีเย็นๆ บ้างแล้วก็เป็นช่วงที่คนป่วยกันเยอะเลย หลังจากเอารูปลง Facebook แล้วก็มีพี่ๆ หลายคนอยากซดซุปร้อนๆ บรรเทาอาการป่วย เลยเอาสูตรมาลงให้ทำกินกันค่ะ

ปริมาณเครื่องปรุงที่เอามาลงจะได้ประมาณ 1 หม้อกลางๆ ค่ะ กินได้ประมาณ 3 มื้อ ถ้าเป็นสาวตัวคนเดียว (อย่างเดี๊ยน) พอเคี่ยวเสร็จแล้วก็เอาใส่กล่องแยกไว้ แล้วก็ฟรีซซะ อยากกินก็เอามาทำละลายกินเป็นมื้อๆ ไปค่ะ เก็บได้นานเลยนะ

ซุปไก่

ซุปไก่ ซดร้อนๆ คล่องคอดี

เครื่องปรุง

  • ไก่ส่วนน่องหรือปีกบน ถ้าเป็นน่องก็ประมาณ 3 น่อง ปีกบนก็อาจจะซัก 9 ชิ้น เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความจุของกระเพาะค่ะ
  • แครอท 2 ลูกปอกแล้วหั่นชิ้นใหญ่หน่อย เพราะเราต้องเคี่ยว ถ้าหั่นชิ้นเล็ก ผักจะเละไปหน่อย ตักกินไม่ได้น้ำไม่ได้เนื้อค่ะ
  • หอมหัวใหญ่ 2 ลูกหั่นชิ้นใหญ่
  • มันฝรั่งถ้าลูกใหญ่ก็ประมาณ 3 ลูก ถ้าลูกเล็กก็ประมาณ 6 ลูก ปอกเปลือก หั่นชิ้นใหญ่ เราใช้ลูกเล็กหั่น 4 ชิ้นค่ะ ถ้าชิ้นเล็กมาก มันจะละลายหายจ้อยรวมตัวกันกับน้ำซุปเลยค่ะ ฮาาาา
  • คนอร์ซุปไก่ก้อน 2 ก้อน
  • ซีอิ๊วขาว ประมาณครึ่งทัพพี
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ต้นหอมหั่นท่อนไว้โรยหน้า
  • พริกไทย
  • ตั้งน้ำซักครึ่งหม้อไซส์กลาง โยนคนอร์ซุปไก่ก้อนลงไป รอน้ำเดือดซุปละลาย แล้วใส่ไก่ลงไป คอยช้อนฟองเลือดออก เพื่อน้ำซุปที่ใส (แต่ถ้าขี้เกียจ กินเอง ไม่ใส่ใจ ก็ปล่อยมันไปเห๊อะ)
  • พอไก่เริ่มสุก โยนแครอทกับหอมใหญ่ลงไป ต้มซักพักจนแครอทและหอมใหญ่สุกดี ค่อยโยนมันฝรั่งลงไป (เพราะมันฝรั่งถ้าเคี่ยวพร้อมกับแครอทมันจะเละเทะละลายรวมกับน้ำซุป หาร่างมันไม่เจอยามกิน)
  •  เคี่ยวไฟอ่อนจนทุกอย่างได้ที่ คำว่าได้ที่หมายความว่า เละแบบที่อยากกิน บางคนอยากกินแข็งหน่อยก็ไม่ต้องเคี่ยวนาน ลองชิมดู แล้วก็ใส่เกลือ กับซีอิ๊วขาว ค่อยๆ ใส่ ค่อยๆ ชิม เดี๋ยวเค็มเกิน
  • ตอนเสิร์ฟ โรยต้นหอมหั่น กับพริกไทย

ถ้าอยากให้มันแอดวานซ์หนักไปอีกขั้น ก็ต้มมักโรนีข้องอให้สุก แล้วช้อนไปใส่เคี่ยวอีกนิดหน่อยในซุปไก่ ก็ได้ซุปมักโรนีเพิ่มอีกเมนูล่ะ

ซุปมักโรนีไก่

ซุปมักโรนีไก่ (เมนูโปรดของเด็กๆ หลายๆ คน)

[099] สูตรอาหาร: ไข่เจียวหมูสับเต้าหู้ไข่

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , , ,

ใกล้จะสิ้นเดือนเหมือนจะสิ้นใจ

ขอนำเสนอทางเลือกใหม่นอกจากมาม่ากันบ้าง สำหรับผู้ที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นยามสิ้นเดือน ได้คุณค่าทางอาหาร และปริมาณมหาศาลอิ่มท้องในราคาเบาๆ ค่ะ

เมนูนี้จริงๆ ก็ไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไรค่ะ เลยเอาไอ้ทุกอย่างที่ใส่ลงไปนั่นแหละมาตั้งชื่อซะ (หรือถ้าใครใส่อะไรอย่างอื่นลงไป เพิ่มชื่อให้ยาวกว่านี้ก็แล้วแต่เลยค่ะ ฮาาาา)

เครื่องปรุง

  • ไข่ 2 ฟอง
  • หมูสับประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าหู้ไข่ 1 หลอด
  • ต้นหอมซอย
  • น้ำปลา 3 กระฉอก
  • พริกไทย
  • น้ำมันสำหรับเจียวไข่

– ทั้งนี้อยากเพิ่มอยากลดส่วนผสมไหนก็ตามใจได้เลยนะคะ แต่ปริมาณน้ำปลาต้องเหมาะสม จะใส่ผักหรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นไปด้วยก็ได้ หอมใหญ่ แครอท ปูอัด (เดินหาผักลดราคายามโลตัสสองทุ่มก็ได้ค่ะ แต่ต้องสู้กับมนุษย์ป้าเค้านิดนึงนะ)

วิธีทำ

  • ตอกไข่ใส่ชามกระฉอกน้ำปลาลงไป โรยพริกไทย ตีให้ขึ้นฟู
  • ใส่หมูสับลงไป ตีให้หมูสับแตกตัว
  • หั่นเต้าหู้ไข่เป็นแว่น (หรือละเอียดกว่านั้น) กับต้นหอมซอยใส่ลงไป แล้วคนให้เข้ากันทั่ว
  • ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพอร้อน เทไข่ผสมวัตถุดิบอื่นลงไป
  • รอด้านล่างสุก กลับด้าน ถ้ากลับไม่สำเร็จ ยีเลยค่ะ เอาให้เป็นก้อนๆ ก็ได้
  • รอให้เกรียมหอมเล็กน้อย แล้วตักใส่จาน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ

IMG_8387

[098] สูตรอาหาร: หอยลายผัดน้ำพริกเผา

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , ,

แม่เตรียมวัตถุดิบทำเมนูโปรดไว้ให้ แล้วชีก็บอกว่า “ผัดเองนะ” แล้วก็ปล่อยลูกงงๆ ก๊งๆ อยู่ว่าเอาจริงดิ อยากกินฝีมือลูกหรือ?

เอา ก็ว่าไงว่าตามแม่นะ ลงมือทำซะหน่อย

ออกมาหน้าตาไม่แย่นะเนี่ย ดีกว่าที่คิดเยอะเลย กรี๊ดกร๊าด

หอยลายผัดน้ำพริกเผา

หอยลายผัดน้ำพริกเผา

เครื่องปรุง

  • หอยลายล้างให้สะอาด (หรือจะให้สะดวกนะคะ เทสโก้มีเนื้อหอยลายแช่แข็งเป็นห่อๆ ขายนะ กินได้แบบไม่ต้องแกะฝา เต็มปากเต็มคำ เนื้อๆ เน้นๆ มากๆ)
  • น้ำมัน
  • กระเทียม
  • น้ำพริกเผา
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล
  • พริกหั่นแฉลบไว้ตกแต่งเพิ่มความสวยงามและรสเผ็ดเล็กน้อย หรืออยากให้เผ็ดหน่อย ก็ตำพริกโลดค่ะ
  • ใบโหระพา
  • น้ำสะอาด

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำมัน เจียวกระเทียมให้เหลืองหอม
  2. ใส่หอยลงไป ผัดให้ฝาหอยเริ่มเปลี่ยนสีและอ้า
  3. ใส่พริกเผา/น้ำปลา/น้ำตาล ในสัดส่วน 2/1/1 หรือถ้าพริกเผาหวานแล้ว ลดน้ำตาลลงอีกได้ค่ะ ระวังอย่าให้ออกรสหวานมากนัก
  4. ผัดให้เข้ากับหอย แล้วใส่พริกกับใบโหระพาลงไป
  5. ผัดให้ใบโหระพาสลบ ใส่น้ำลงไปพอขลุกขลิก
  6. ตักใส่จานเสิร์ฟ

เมนูนี้กินกับข้าวสวยหุงร้อนๆ นี่อร่อยสุดยอดเลยค่ะ เราชอบมากกกกกกก

[097] สูตรอาหาร: เต้าหู้ไข่ทรงเครื่องหมูสับใบกะเพรา

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , , , ,

ก่อนหน้านี้เราได้ทำ เต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง ไป (อยากลองกินแบบผักเยอะๆ สีสันอลังการแนะนำให้ลองทำกันดูนะคะ)

ส่วนวันนี้เราอยากลองกินแบบที่ราดแบบอื่นๆ บ้าง อยากรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไงน้อ เลยลองทำเต้าหู้ทรงเครื่องหมูสับใบกะเพราดูหน่อยซิ ว่าจะรสชาติเป็นอย่างไร

วันก่อนไปซื้อกับข้าวแถวที่ทำงานมากิน เป็นเต้าหู้ทรงเครื่องแต่รสชาติแย่สุดบรรยายขนาดที่การอุ่นอาหารก็ไม่ได้ช่วยให้รสชาติดีขึ้น อยากจะโวยวายมาก เซฟสุดก็คงต้องทำกินเอง ไม่ได้อวดตัวว่าเป็นคนทำกับข้าวอร่อยนะคะ แต่ทำเองกินเอง มันจะได้รสชาติที่เราอยากกิน มันก็ถือว่าอร่อย (สำหรับตัวเองนะ)

หน้าตาเมื่อเสร็จการแล้วออกมาเป็นแบบนี้นะคะ (จัดจานสวยงามหลอกตาประชาชีเข้าไว้)

เต้าหู้ทรงเครื่องกะเพรา

เต้าหู้ทรงเครื่องหมูสับใบกะเพรา

เครื่องปรุง

  • เต้าหู้ไข่หลอดตัดครึ่งหลอด แนะนำให้ซื้อยี่ห้อดีๆ หน่อย อย่างตรานางพยาบาล หรือเต้าหู้ตราเกษตรนะคะ เนื้อค่อนข้างแข็ง เป็นรูปเป็นทรง เอื้อต่อการทอด พวกยี่ห้อที่ถูกหน่อยอย่างของยี่ห้อเทสโก้นี่เนื้อเหลวมาก เอามาทอดแล้วจะเละเทะ
  • น้ำมันสำหรับทอดเต้าหู้
  • กระเทียม (เจียวไว้ก่อนได้ก็สะดวกดี)
  • พริกแดงตำ อยากเผ็ดมากก็ตำหลายเม็ดหน่อย กินเผ็ดไม่ค่อยได้ก็อย่าห้าวใส่เยอะ ทรมานปากน้า
  • หมูสับ
  • น้ำปลาดี
  • น้ำตาล
  • ใบกะเพราเด็ด
  • น้ำมันผัดหมู

วิธีทำ

  1. ตัดเต้าหู้หลอดที่ระยะครึ่งหลอด บีบเต้าหู้ใส่จานเตรียมไว้ เวลาเทใส่น้ำมันมันจะได้ไม่กระเด็นให้เจ็บตัว (หรืออยากตัดเป็นท่อนๆ ก็ไม่ว่ากัน ชอบอย่างไหนทำอย่างนั้นนะคะ โอเคนะ)
  2. ตั้งน้ำมัน ยังไม่ต้องรอร้อน ก็เทเต้าหู้ลงไปเบาๆ ถ้ารอน้ำมันร้อน ใส่เต้าหู้ลงไป ได้มีคนกระโดดแน่ เพราะเต้าหู้ไข่มีน้ำเยอะ มันจะดีดนะจ๊ะ (หรืออยากหลีกเลี่ยงให้มันดีดน้อยลงกว่าเดิม ก็เอาเต้าหู้คลุกแป้งให้ทั่วก่อนบางๆ ก็ช่วยป้องกันบาดแผลพุพองได้เยอะ) แล้วพอน้ำมันเริ่มเดือด ก็ทอดเต้าหู้ไปทีละด้าน รอเกรียมๆ ซักหน่อยก่อน แล้วค่อยกลับอีกด้าน ถ้ายังไม่เกรียมพอแล้วกลับ เต้าหู้จะเละจ้ะ ระวัง
  3. เมื่อผิวเต้าหู้เกรียมสวยงามทั้งสองด้านดีแล้ว ตักเรียงใส่จานให้สวยงาม แล้วก็มาผัดหมูเตรียมราดกันในขั้นตอนต่อไป
  4. เจียวกระเทียมให้เหลืองหอม แล้วใส่หมูสับลงไป ผัดให้หมูสุก ยีให้หมูแตกตัวไม่เป็นก้อน
  5. ใส่น้ำปลาดี ดีดน้ำตาลลงไป(ดีด=นิดเดียวเท่านั้นพอ จึ๊งเดียวแค่พอตัดรสเค็ม) ผัดกะเพรานี่เจอแค่น้ำปลาดีๆ อย่างเดียวก็อร่อยได้โดยไม่ต้องใส่น้ำมันหอยเพิ่มเลยค่ะ
  6. ผัดให้เข้ากัน
  7. ใส่พริกและใบกะเพรา ผัดให้ทั่ว กะเพราสลบก็ตักขึ้น ราดบนเต้าหู้ทอดที่เตรียมไว้ในจานแล้ว
  8. พร้อมเสิร์ฟ

เมนูวันนี้ได้กะเพราปลอดสารสุดปลอดภัยหลังบ้าน ที่แม่เค้าทิ่มๆ ปลูกไว้แบบผักสวนครัวรั้วกินได้เอาไว้ ตอนเด็ดก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าใช่ใบกะเพราหรือเปล่า ก็เด็ดไปดมไป ได้มากำใหญ่เชียว ถามแม่ว่า มันใช่กะเพรามั้ยแม่ แม่บอกหลังบ้านมันก็มีแต่กะเพราแหละ (อ้าว คิดว่ามีโหระพาด้วย ยืนฉับฉนอยู่ตั้งนานเชียว)

ป.ล. คำว่ากะเพรานี่พิมพ์แอบยากนะ เพราะพิมพ์ทีไร จะแถมสระให้จนจะออกมาเป็น “กระเพราะ” ทุกทีเลย (สารภาพมา ว่าคุณก็เคยเป็น ไม่เชื่อลองพิมพ์เพลินๆ สิ)

[096] สูตรอาหาร: หมูสับทอด (ปรับจากสูตรดั้งเดิมตอนป.4)

ป้ายกำกับ

, , , , , ,

อยากกินหมูสับทอดที่เคยทำกินเล่นตอนเด็กๆ ซึ่งไม่ได้ทำมานานมากๆ แล้ว
โตแล้ว…ทำอาหารพอกินได้ก็หลายอย่างอยู่ ไหนลองปรับสูตรเสียหน่อย ทอดแล้วออกมาอร่อยดี เรียกว่าดีขึ้น รสชาติดีกว่าที่คิด

หมูสับทอด...ทำตอนกลางคืน ถ่ายรูปตอนกลางคืน มืดซะ ปรับแสงออกมาก็นะ...อย่างที่เห็ฯ 555+

หมูสับทอด…ทำตอนกลางคืน ถ่ายรูปตอนกลางคืน มืดซะ ปรับแสงออกมาก็นะ…อย่างที่เห็น 555+

เครื่องปรุง

  • หมูสับ 1/2 โล
  • ไข่ 1 ฟอง
  • น้ำปลา 1 ช้อนกินข้าว (ช้อนส้อมอ่ะค่ะ)
  • น้ำมันหอย 1/2 ช้อนกินข้าว
  • กระเทียมสับประมาณ 4-5 กลีบ
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนกินข้าว
  • แป้งโกกิ 2 1/2ช้อนกินข้าว
  • เต้าหู้ไข่แบบหลอด 1/2 หลอด

แล้วก็มีบางอย่างที่ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ (ถ้าเป็นเด็กๆ ก็ไม่ต้องใส่ เดี๋ยวเผ็ดไป)

  • ผงรากผักชี (มีขายเป็นขวดๆ ใส่แล้วหมูห้อมหอม)
  • พริกป่น
  • ข้าวโพด หรือแครอทหั่นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือจะใส่อย่างอื่นแล้วแต่อยากกิน (อันนี้แล้วแต่ความชอบ ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร)

วิธีทำ

  1. คลุกหมูเข้ากับส่วนผสมทั้งหมด พักไว้ครึ่งชั่วโมง (สังเกตว่าเราไม่ใส่น้ำตาลนะคะ น้ำมันหอยมันออกหวานๆ อยู่แล้ว)
  2. ตั้งน้ำมัน (เยอะหน่อยนะคะ) พอให้ท่วมหมูเวลาทอด ตั้งไฟกลาง
  3. ตักหมูเป็นก้อน ขนาดตามต้องการ อย่าทำให้หนามาก เดี๋ยวสุกไม่ถึงข้างใน ปั้นแบนๆ หน่อยก็ได้ค่ะ
  4. ค่อยๆ หย่อนหมูลงในน้ำมันที่ร้อนแล้ว ถ้าหย่อนเบาๆ น้ำมันไม่กระเด็นค่ะ บางคนทำกับข้าวกลัวน้ำมันกระเด็นเนอะ ถ้าเราวี้ดว้าย เทพรวดๆ นี่ล่ะ ได้เจ็บตัวแน่ๆ น้ำมันร้อนนะคะ ระวัง
  5. ทอดหมูไปซักพัก ลองสังเกตขอบๆ ถ้าเป็นสีน้ำตาลหน่อยๆ ค่อยพลิกมาทอดอีกด้าน รอจนเกรียมเท่ากัน
  6. ตักขึ้นมาพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วก็หม่ำๆ ได้เลยค่ะ (กินตอนร้อนๆ อร่อยดีค่ะ)

เมนูนี้…ขอบอกว่ามันหอมอีตรงกระเทียมสับกับพริกไทยในหมูนี่แหละนะ ฮู้ยยย ขนาดใส่พริกป่น แมวยังมาขอแย่งกินเลยค่ะ ป่วนมากกกก แม่มันกำลังชิม ตบเอาจากมือซะอย่างนั้น…

[095] สูตรอาหาร: ผัดวุ้นเส้น (เจ)

ป้ายกำกับ

, , , , , ,

หน้าตาผัดวุ้นเส้น (เจ) ง่ายๆ อิ่มดี

หน้าตาผัดวุ้นเส้น (เจ) ง่ายๆ อิ่มดี

ช่วงเทศกาลเจ ของกินเยอะแยะ แต่มีแต่แป้งๆ มันๆ เย็นชืด ทำกินเองดีกว่า

ขอนำเสนออีกเมนูเจที่ทำง่าย กินเองเพลินๆ อย่างผัดวุ้นเส้นเจค่ะ

เครื่องปรุง

  • วุ้นเส้นห่อเล็ก 1 ห่อ แช่น้ำให้นิ่ม เสร็จแล้วเอามาคลุกกับน้ำมันหอย(เจ) พักไว้
  • กะหล่ำปลีหัวเล็กครึ่งหัว หั่นเป็นชิ้นๆ กลางๆ
  • แครอทหัวเล็ก 1 หัว หั่นชิ้น
  • เห็ดหอมแห้ง แช่น้ำให้พอง บีบน้ำออก หั่นชิ้น
  • น้ำมันเล็กน้อย
  • เกลือ
  • น้ำมันหอย(สูตรเจ)
  • ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ น้ำมันเล็กน้อยพอแค่ผัดเห็ดหอม ใส่เห็ดหอม(บีบน้ำออกก่อนไม่งั้นน้ำมันดีด เจ็บนะ) ลงไปคั่วให้เหลืองหอม
  2. ใส่แครอทลงไป ตามด้วยเกลือเล็กน้อย ผัดซักพัก ค่อยใส่กะหล่ำปลีหั่นตามลงไป เหยาะซีอิ๊วขาวแค่พอทั่วๆ ผัด ผัดให้ผักสลบ
  3. ใส่วุ้นเส้นลงไปผัดๆ อาจเติมน้ำมันหอย (เจ) ลงไปอีกนิดหน่อย
  4. ผัดจนวุ้นเส้นสุก (เป็นสีใสๆ) แล้วตักขึ้น

…ง่ายเนอะ😛

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,662 other followers