ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , ,

เมื่อเราเจอผีแมว…กวนตอนตี 3
เราจะนอนไม่พอ…แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเอ่ย???

ใช่แล้วววว แม่แมวตื่นสายยยย!!

ความตั้งใจที่จะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นเป็นหมันไปในบัดดล ถ่ายอะไรไม่ได้เลย แอร๊ยยย~

แต่ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว กินข้าวเช้าก่อนแล้วกัน
แน่นอนว่า Budget จำกัดอย่างอะฮั้น กินหรูแน่ๆ
ล่อมาม่าแต่ตื่นนอนซะงั้นล่ะ

มาม่าแกงเขียวหวานไก่ ออกใหม่กิ๊กๆ อร่อยมาก มีเนื้อไก่อบแห้งให้ 13 ชิ้นโดยประมาณ

ชิวชิวดูงงๆ ยามเช้าๆ นั่งเอ๋ออยู่ท่านี้นานมาก

แมวหน้าง่วงนอนหน้าตาเป็นอย่างนี้

สุดท้ายก็ต้องนั่งแหง่ว แล้วก็…นอนต่อ 5555

พอประมาณบ่ายๆ ก็ได้เวลาตื่น … ตัดสินใจ เอาแมวไปเดินเล่นดีกว่า เย้เย
หวยออกที่ฮาวี่ก่อน เพราะแม่รักมาก อ้อนจังเลยออกมาเที่ยวเนี่ย

แน่นอนว่าการพาแมวที่ถูกเลี้ยงระบบปิดแทบจะตลอดเวลาไปเที่ยวนอกสถานที่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนหมาที่จับใส่สายจูงแล้ว…เอ้า เดินนะลูก อะไรงี้ ฮาวี่ต้องอุ้มเท่านั้น (ต่อให้ใส่สายรัดหน้าอกและติดสายจูงแล้ว แต่นั่นก็เพิ่อความมั่นใจของแม่มันเท่านั้นว่าลูกจะไม่ตกใจอะไรแล้วโดดผล็อยหายไป แน่นอนว่าต้องใส่ปลอกคอพร้อมรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็น ชื่อแมว ชื่อเจ้าของ และเบอร์ติดต่อ)

ฮาวี่เจอทะเลแล้วค่อนข้างจะสติแตก (จริงๆ ต้องบอกว่าสติแตกทุกครั้งที่ออกนอกสถานที่ดีกว่านะ)
ตัวสั่นดิ๊กๆ เกาะแม่เหนียวแน่นหนึบ พอจะเอาลงเดินทราย…แน่นอนว่าปีนบนตัวแม่ได้ทุกอณู เก่งมากกกก
ชีกลัวทะเลมากกว่าที่คิด แต่ก็เพลินในระดับนึง มองตามคลื่นไปมาด้วย

ไปเดินต๊ะเลกันค่ะ

วันนี้ฟ้าครึ้มหนักกว่าวันแรกมากเลย มีลางสังหรณ์ว่าเดี๋ยวฝนจะต้องตกลงมาแหงๆ

ฮาวี่ดูทะเลอยู่พักนึง เห็นว่าไม่ไหวแล้วเพราะสั่นหนักมาก ลูกสาวควรพักผ่อน เลยพาฮาวี่กลับห้องดีกว่า

ตอนเดินกลับเข้าโรงแรม พนักงานต้อนรับดูงงกะแมวดำมาก คิดว่าไม่ค่อยคุ้นเคย ไม่มีใครเอาแมวมาเที่ยวกันสินะ เอิ๊กๆ เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะเป็นผู้นำเทรนด์การพาแมวเที่ยวต๊ะเลเอง

เอาบรรยากาศทะเลมาให้ดูนิดหน่อย (เพราะส่วนมากอยู่ก๊ะแมวในห้อง แฮ่ๆ)

หาดทรายมีซากปลาดาวอยู่ประปราย ภาพนี้ทำให้รู้ว่าแมวสามารถแปลงร่างเป็นลิงได้ เพียงเราก้มตัวถ่ายรูป ชีก็พร้อมเปลี่ยนโพสิชั่นมายืนบนไหล่พร้อมจิกไหล่อย่างหนักหน่วง โอยยย

พอพาวี่ไปจะเข้าห้อง คุณแม่บ้านสองคนเดินผ่านมา กรี๊ดกร๊าดแมวกันใหญ่ บอกว่าไม่เห็นมีใครเคยเอาแมวเข้าพักเลย เห็นแต่น้องหมา แล้วก็ลูบฮาวี่ใหญ่เลย (แต่อย่างว่าวี่มันไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่) เห็นว่าคุณแม่บ้านเค้าชอบแมวกันเลยเปิดห้องจะอุ้มชิวมาให้เล่น (ตัวนี้รับแขกดี๊ดี เรียบร้อย) พบว่าเข้าห้องไม่ได้เพราะคีย์การ์ดมีปัญหา แอบได้ข่าวมาว่า ibis  มีปัญหาเรื่องนี้บ่อย คุณแม่บ้านเค้าเลยเอาคีย์การ์ดแม่บ้านติ๊ดให้ พร้อมแจ้งว่า ให้เอาคีย์การ์ดไปคีย์ข้อมูลใหม่ได้ที่ฟร้อนท์

พออุ้มชิวชิวมา ชีรับแขกดีจริงๆ ยอมทุกอย่าง อุ้มก็ได้นะ แต่หนูจะทำตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยอมแหละ คุณแม่บ้านเล่นแมวอยู่ซักพัก ฉันก็เอาชิวกลับเข้าห้อง ไปนั่งพักอยู่ซักแปบ ก็จะเอาชิวไปเดินเล่นที่ต๊ะเลบ้าง ชิวไม่น่าจะยาก (จากประสบการณ์การเดินเล่นท่ามกลางฝูงชนและฝูงหมาที่ Pet Expo ที่ผ่านมา ประสบการณ์ชีแกร่งกล้ามาก ขออย่างเดียวแค่มีแม่อยู่ด้วย) ฉันเลยใส่สายรัดอกแล้วลงไปข้างล่างพร้อมการ์ดเพื่อจะได้เอาไปคีย์ข้อมูลใหม่เสียทีเดียว

พอลงไปถึงชั้น 1 พบว่าฝนตกค่ะ … แม่แมวถึงกับงืด อยู่ชั้น 5 ปิดหน้าต่าง ไม่ได้ยินเสียงฝนเลย เลยได้แค่คีย์ข้อมูลการ์ดใหม่ แล้วก็นั่งเล่นตรงลอบบี้แปบนึงก็เอาชิวกลับขึ้นไป ฝนหยุด…ก็ออกไปแรดกันใหม่ เดินผ่านคุณรปภ. มีการถามด้วยว่าอ้าว ไม่ใช่ตัวเดิมนี่ครับ ตัวนั้นสีดำ

เอิ๊กๆ ขอบคุณค่ะ ใส่ใจกันดีมาก (รปภ.ที่นี่ก็ประทับใจนะ บริการดี ยิ้มแย้มดี)

ถ่ายรูปคู่ต๊ะเลกันหน่อย ทุลักทุเลมาก เพราะชิวพยายามหันกลับมาเกาะไหล่ตลอดเลย

ชิวชิวนี่หลังๆ พาออกสื่อง่ายมาก พาอุ้มๆ ไปซักพักเดี๋ยวก็หายกลัวแล้ว หายสั่น เลยได้อยู่เล่นต๊ะเลนานหน่อย (นานมาก อยู่เป็นชั่วโมงจนพระอาทิตย์ตกเลยอ่ะ) และเพราะหายสั่นแล้ว ฉันเลยให้ลงเดินชายหาดเสียหน่อย ว่าจะชอบไหม ออกมาได้เป็นอย่างนี้

เดินยอบๆ ตัวเพราะกลัว แต่ยอมเดินเพราะจะเดินมาหาแม่

พอเดินมาถึงแม่แล้ว ชีก็จะไต่ๆ ขึ้นมาแบบขออยู่บนไหล่เหมือนเดิม แม่มันกรี๊ดแตก เพราะน่ารักโคตรรรรรร (มีคลิปด้วยนะ ไม่ธรรมดา คิคิคิ) จริงๆ ฉันออกแนวจะซาดิสม์นะเนี่ย เห็นลูกอ้อนแม่เพราะกลัวอย่างนี้แล้วแอบมีความสุข แหะๆ เพราะปกติมันไม่ค่อยจะอ้อนกันสุดฤทธิ์สุดเดชอะไรขนาดนี้ ก็ขอเสพความสุขอย่างนี้บ้างอะไรบ้าง

เห็นมั้ยล่ะ น่ารักขนาดนี้ เห็นแล้วก็อยากจะแกล้งเยอะๆ จะได้เห็นว่าลูกอ้อนสุดฤทธิ์น่ะเป็นไง (รูปนี้น่ารักจนเลือดกำเดาจะไหล)

อ้อนขนาดนี้ ปลื้มน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว แหมมมมม

และแม่มันก็สนุกกับการแกล้งลูก ปล่อยลงซะหลายๆ ที ชิวก็ยิ่งกลัว สุดท้าย แมวน้อยก็ได้แสดงพลังแฝงของมนุษย์ต่างดาวแมวให้แม่มันไดู้้ว่า ชิวชิวสามารถเทคตัวขึ้นไหล่แม่ได้ภายใน Jump เดียวเท่านั้น!  โอ้วซาร่า! แม่ตื่นเต้นมาก อย่างนี้ต้องลองอีกทีแล้วล่ะจอร์จ 5555

แล้วชีก็ทำได้อีกจริงๆ แต่แม่มันไม่เอาครั้งที่ 3 แล้ว เพราะแอบมีรอยเล็บเหน็บรักติดปักฝังแนวเหมือนรอยแมวข่วน … เจ็บ -_-”

นั่งเล่นดูทะเลอยู่นานเลย ชิวก็นอนซบไหล่ไปเพลินๆ สงสัยจากนี้ต้องพาไปออกงานสังคมบ่อยๆ จะได้ชิวหนักกว่านี้ ท่าจะปั้นได้

ทะเลยามเย็น Romance เสียไม่มี

ฉันกับชิวไม่ได้เดินไปไหนไกล เพราะขี้เกียจเดินกลับ เลยแค่เดินเล่นอยู่ตรงโรงแรมนั่นแหละ ทีนี้ก็มีแขกอง ibis คนอื่นๆ ลงมาเล่นน้ำ ไม่ได้มาตัวเปล่า เค้าเอาน้องหมาลงมาเล่นน้ำด้วย เฮ้! เลยได้เล่นหมาของคนอื่นด้วยตั้งหลายตัว แต่ละตัวน่ารักมากกกกก

ตัวนี้ชื่อ Paris เป็นน้องหมาพันธุ์ปาปิยอง ตัวผู้นะครับ นิสัยดีมากกกก เจอกันกี่ที Paris ไม่เห่าให้ได้ยินเลย เป็นมิตรมากๆ

ที่ได้เล่นกับ Paris เพราะเจ้าของเค้าเข้ามาคุยกับฉันด้วยคำถามที่พาฉันอึ้งในระดับหนึ่ง คือ ขอโทษค่ะ พี่ขอถามหน่อย น้องเค้าไม่สบายหรือเปล่าคะ หรือน้องเค้าเดินไม่ได้ พี่เห็นเค้าเกาะอยู่ที่ไหล่น้องอย่างนี้มาตั้งนานแล้วอ่ะค่ะ ฉันฮามาก ก็บอกเค้าไปว่าไม่ใช่ค่ะ เป็นท่าประจำของน้องเค้าค่ะ

หมายเหตุ ใครเคยเห็นชิวอยู่กะฉันจะรู้ ว่าท่าที่เกาะเนี่ย ให้อิมเมจิ้นท่าอุ้มเด็กทารกอ่ะค่ะ ท่านั้นเลย ที่นี้เวลาใครๆ มองมาเห็น มันเลยชวนก่อนให้เกิดความสงสัย ท่านี้เป็นท่าเรียกแขกนะ คนเข้ามาถามมาคุยตลอด เพราะประหลาดแมวมาก แล้วถ้าอุ้มท่านี้ อยู่ได้ทั้งวันอ่ะ

พอซักพักก็มีแขกกลุ่มอื่นๆ ลงมา ขอแนะนำให้รู้จักกับ น้องเมล่อน เป็นน้องปอมเมอเรเนียน อายุยังไม่ถึงขวบดี เพศผู้

ตัวนี้เจ้าของเรียกสั้นๆ ว่า เม … เค้าเรียกหมาทีฉันก็หันที แล้วก็นึกขึ้นหมาได้ว่าเค้าเรียกหมา ไม่ได้เรียกฉัน เอิ่ม

เมล่อนนี่ไฮเปอร์มาก เป็นน้องหมาหลั่นล้า เมื่อเทียบกะ Paris อันนั้นจะออกแนว Gentleman มากกว่า
แต่น่ารักทั้งคู่เลย แม่หมาแม่แมวคุยกันอย่างเพลิดเพลิน การที่คนรักสัตว์มาคุยกันนี่หัวข้อการอวดวีรกรรมลูกจะยืดยาวมาก

ถ้านึกไม่ออกให้คิดถึงบรรดาแม่ๆ คุยอวดกันเรื่องเกรดลูกตัวเองน่ะแหละ

ผลัดกันเล่า ผลัดกันฟัง ตะวันตกดินแล้วก็แยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน แต่ฉันกับชิวก็ยังนั่งเล่นอยู่เพลินๆ เพราะชิวเลิกสั่นนานแล้ว นิ่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ลืมสังเกต เพราะมัวแต่แม้าเรื่องแมวๆ หมาๆ ตามประสาแม่ๆ กันอยู่

นั่งเล่นริมทะเล ชิวสมชื่อมากๆ เลยเด็กน้อย

จนฉันรู้สึกว่าโดนตัวอะไรไม่รู้กัดขาจนคันไปหมด จากความรู้สึก ไม่น่าจะใช่ยุง ไม่น่าจะใช่มดด้วย ตุ่มมันไม่เหมือนกันและก็คันอย่างอลังการมาก ไม่ได้เอายาหม่องมาด้วย เลยต้องเกาๆ อย่างเดียวเลย โอเค กลับห้องกัน

พาชิวกลับขึ้นห้อง เด็กๆ ก็เริ่มพักผ่อนกัน ชิวยังไม่ได้เอาสายรัดอกออกเพราะแม่มันมีแพลน อิอิอิ

ใช่แล้วววว มาหัวหินก็ต้องไปเที่ยวตลาดหัวหินสิเน้ออออ และฉันจะพาชิวชิวไปเที่ยวตลาดหัวหินด้วยนะ เย้เย ได้เอาแมวออกสื่ออีกแย้ว

เช็คกับที่โรงแรม ว่า Shuttle Car รอบต่อไปมีกี่โมง ทางโรงแรมแจ้งว่า มีตอนสองทุ่ม และจะมีกลับมาจากตลาดตอนสองทุ่มครึ่ง

ระหว่างรอ Shuttle Car ของโรงแรม เราก็อุ้มชิวนั่งรอไป มีครอบครัวนึง เป็นคุณฝรั่งกับคนไทย มีลูกมา 3 คน คนโตชอบชิวมากเลย มาเล่นด้วยตลอดเลย (เป็นน้องเด็กผู้ชาย ประมาณ ม.1 ม.2 ประมาณนั้น) ฉันกับครอบครัวนี้นั่ง Shutter Car เข้าเมืองไป ลงแถวๆ ตลาด แล้วก็เดินไปอีกนิดหน่อยก็ถึงถนนที่เป็นถนนคนเดินแล้ว

ที่ตลาดคนไม่เยอะเท่าไหร่
หรือจริงๆ ต้องบอกว่า หัวหินทั้งเมือง คนไม่ค่อยเยอะ (ใช่สิ เล่นไปวันธรรมดา คนก็ไม่เยอะสิ แต่นี่แหละ คือสวรรค์เลยงิ) จากปกติที่ต้องเดินเบียดๆ แต่มารอบนี้ถนนโล่งมาก เดินสบ๊ายสบาย คนเดินสบาย แต่แอบสงสารพ่อค้าแม่ค้า ดูหงอยๆ กันน่าดู

แม่แมวและลูกแมวที่ตลาดหัวหิน

เดินไป 1 รอบ ดูคร่าวๆ ว่ามีร้านอะไรบ้าง จะได้เลือกเมนูลงท้องได้ถูก
อยากกินอาหารต๊ะเล แค่ด้วยทุนทรัพย์แล้วไม่ไหวแฮะ กินอาหารทั่วไปก็ได้
ระหว่างเดิน ก็เจ๊อะพี่ใหม่ด้วย ท่าทางจะรับงานมาถ่ายรูปที่หัวหิน โลกกลมกว่าที่เราคิดนะเนี่ย

ระหว่างเดินดูของนู่นนี่ จะมีคนชี้มาที่เราตลอด คิดว่าการอุ้มแมวเดินเล่นเป็นเรื่องค่อนข้างประหลาดของโลกใบนี้นะ แหม ทั้งคุณฝรั่งทั้งคุณคนไทย ชี้แล้ว ออกแนวแบบ “เฮ้ย แมวว่ะ แมวจริงๆ ด้วย ไม่ใช่ชิวาว่านะ” (อันนี้ประหลาดเลยแอบจำได้)

เมนูแรกที่เลือก โรตีใส่ไข่
ไอ้เรากินประหลาด ใส่ไข่ ไม่ใส่นม ไม่ใส่น้ำตาล ซึ่งเป็นภัยต่อคนขายอย่างยิ่ง เพราะจะได้ทำใหม่เพราะเผลอใส่นม หรือไม่ก็โรยน้ำตาลให้ตลอด รวมทั้งคุณพ่อค้าในคืนนี้ด้วย รอบแรกเค้าไม่ได้ยินว่าเราสั่งแบบใส่ไข่ ก็ทอดแบบไม่ใส่ไข่ ไอ้เราก็คิดว่าเค้าทำให้คนอื่น เพราะเห็นมีนั่งรอกินกันอยู่หลายคน คุณพ่อค้าเลยต้องกินอันนี้เสียเอง แล้วเลยทำใหม่รอบสอง รอบนี้ใส่ไข่ แล้วคุณแม่ค้าไก่ทอดข้างๆ เค้าชวนเราคุยเรื่องแมวอยู่ แล้วฉันก็ตั้งใจคุยมาก หันไปอีกทีโรยนมลงไปเสียแล้ว กรี๊ดแตก ห้ามกันไม่ทัน (คุณแม่ค้าแอบตกใจเสียงกรี๊ดฉันด้วย ขอโทษค่ะ) โรตีใส่ไข่โรยนมข้นเลยเสร็จคุณน้องที่มาต่อคิวหลังเราไปซะ ฉันได้อันที่สามมาครอบครอง เหอเหอเหอ

โรตี…ร้อนๆ

เก็บโรตีไว้ก่อน เดินหาอาหารหลักลงท้องต่อ ฉันเดินข้าร้านผัดไทยหอยทอดใกล้ๆ กัน

มีใครเคยสงสัยไหม ว่าทำไมร้านไหนขายหอยทอด ต้องขายผัดไทย ทำไมร้านที่ขายหอยทอดไม่ขายคู่อย่างอื่นบ้าง ฉันก็อยากเห็นร้านหอยทอด-ลูกชุบ หรือร้าน ผัดไทย-กุ้งเผา อะไรงี้บ้างอะไรบ้าง (เริ่มเพ้อเจ้อ)

นั่งสั่งผัดไทยมากิน (ชิวนิ่งมาก นั่งตักแม่อย่างสงบเสงี่ยม เพลินๆ จนแอบหลับระหว่างฉันกินผัดไทยด้วยอ่ะ) โต๊ะข้างๆ เป็นคนจีนประมาณ 4-5 คน ชี้แมวฉันอีกแล้ว พร้อมทั้งร้องเมี้ยวๆ ม้าวๆ ใส่แมวฉันใหญ่เลย (กวนทรีนนิดหน่อย แต่หน้าตาดี ให้อภัย)

ผัดไทยเจ้านี้อร่อยมาก ชอบตรงเค้าผัดไข่เป็นก้อนๆ ดี แล้วถั่วงอกก็อร่อย ดิบก็จริงนะ แต่ไม่เหม็นเขียวเลย

พอกินหมดจาน มันยังไม่อิ่ม เลยสั่งหอยทอดมาต่ออีกจาน
ร้านนี้แยกคนผัดหอยทอดกับผัดไทย คุณพ่อค้าฟัดไทย คุณแม่ค้าผัดหอยทอด
ทีนี้พอเราสั่งหอยทอดต่อ คุณแม่ค้ารีบผัดมาก พอเอาหอยทอดมาส่งเสร็จ (แอบเห็นว่าโต๊ะคนจีนแอบเหล่ฉันว่ากินข้าวสองจาน) คุณแม่ค้ารีบวิ่งเข้าหาทีวีทันที

แบบว่า…ติดละครนั่นเอง…

หอยทอด ทอดได้กรอบกรุ๊บๆ มาก แต่หอยมีกลิ่นหน่อยๆ น้ำจิ้มที่ให้มาไม่ค่อยอร่อย แต่ที่โต๊ะมีซอสพริกให้ ถ้าเทียบกัน ฉันว่าถ้าไปร้านนี้ สั่งผัดไทยดีกว่า

กินสองเมนูเท่านี้ฉันก็อิ่มแปร้ พร้อมเดินทางกลับโรงแรม ทีนี้ล่ะ กลับยังไงดี เพราะสามทุ่มครึ่งได้แล้ว ถามจากคุณพ่อค้า เค้าบอกว่ารถสองแถวจะหมดตั้งแต่ตอนทุ่มครึ่ง สรุปว่าฉันต้องนั่งตุ๊กๆ หรือไม่ก็แทกซี่กลับโรงแรม

ฉันเลือกนั่งตุ๊กๆ ระยะทาง 7 กิโลเมตร โดนชาร์จไป 150 บาทถ้วน ประทับใจอย่างแรง

พอกลับถึงโรงแรม เดินเข้าไปเจอคุณแม่บ้าน เค้าก็เรียกชิวชิวทันที จำได้ด้วย ทักทายแมวฉันอย่างดี ฉันประทับใจพี่คนนี้มาก (ถึงกับชมผ่านแบบสอบถามของโรงแรมหลัง Check out เลยด้วยนะ) คุยกันซักพัก น้อง Paris ก็เดินมา หล่อมาเลย

แน่นอนว่าแม่หมาแม่แมวยืนเม้ากันอีกนานนนน

จนกระทั่ง มีผู้หญิงกับผู้ชายคู่นึงเดินมา จูงชิวาว่ามาด้วย มายืนคุยกัน
เค้าก็ถามชื่อหมากัน ชิวาว่าตัวผู้ตัวนั้น ก็ชื่อ Paris เหมือนกัน
เป็นเรื่องที่กรี๊ดกร๊าดของแม่หมามาก คุยเรื่องที่มาของชื่อกันใหญ่เลย

น้องชิวาว่าอายุ 12 ขวบแล้ว แต่ยังดูเหมือนเด็กๆ อยู่เลย ตัวเล็กได้เปรียบสิเนอะ

เห็นเจ้าของว่า ตอนที่เอามาเลี้ยง อายุ 8-9 ขวบแล้ว
เจ้าของเก่าเป็นเพื่อนกัน และเป็นเกย์ เค้าตั้งชื่อว่า Paris เพราะอยากได้ชื่อที่เรียกแล้วแรดๆ ฉันฟังแล้วฮาแตกเลย เออวุ้ย มันหมาตัวผู้น้าาาาา

เท่าที่สังเกตเจ้าของหมาทั้งสามตัว คือ Paris ทั้งสองและเมล่อน พบว่าดูเป็นคนมีเงินค่ะ ทุกคนอยากพาหมามาเที่ยวทั้งนั้น แล้ว ibis ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ของทุกคนได้ ทุกคนดู Happy มากที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาเที่ยวกับตัวเองด้วยได้

นอกจากการที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาพักด้วยได้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแล้ว พนักงานของโรงแรมก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับคนเป็นอย่างดี ทั้งยังยิ้มแย้มไปถึงลูกๆ ของเราอีกด้วย

เราประทับใจ ibis มากเพราะสองข้อนี้เลย

ใครอยากลองพาน้องหมาน้องแมวเที่ยวทะเล ลองเลือก ibis นะคะ ^^

———————-

รวมค่าใช้จ่ายของวันที่ 2

โรตีใส่ไข่ 25
ผัดไทย+หอยทอด+น้ำเปล่า 75
ตุ๊กๆ 150

รวม 250 บาท (แหม เลขสวย) (ตอนแรกบวกผิดไปตั้งห้าฉิบ กลับมาแก้ไขแล้วนะ ขอบคุณหมวดตาล ฮาาา)