ป้ายกำกับ

, , , , , , , , ,

ก่อนนอน ฉันตั้งปณิธานไว้
ต้องตื่นให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นให้ได้ ฉันต้องได้รูปพระอาทิตย์กลับบ้าน!

เอาล่ะค่ะ ท่านผู้อ่าน
ท่านว่า…ฉันจะทำได้หรือไม่

ฉันจะตื่นมาพร้อมความเบิกบาน คว้ากล้องเดินหลั่นล้าออกไปหาพระอาทิตย์
หรือ
ฉันจะเงยหน้าขึ้นมา พบว่าได้เวลาตื่น แล้วก็บอกกับตัวเองว่า…ช่าง…แม่…ง…เถอะ แล้วก็นอนต่อ

ไม่มีรางวัลให้เด้อหล่า แค่ให้เดากันสนุกๆ (เหมือนเวลาท่านเดาตอนซื้อหวยใต้ดินน่ะค่ะ อุ๊ยส์ -x-)

จะเฉลยละนะคะ … เอายางงงง เอาอ๊ะยางงงงง

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่หาดหัวหินค่ะ

เรือไดหมึกที่มาจอดตอนเช้าหลังจากหาหมึกเสร็จตั้งแต่เมื่อรุ่งสาง

เรือประมงยามเช้า

ทำได้นะคร้าฟฟฟฟฟฟ
แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
แต่ตอนตื่นมา ก็ไม่ค่อยอยากขยับตัว
ฉันมีแมว 1 ตัว นอนขดอยู่ในจั๊กกะแร้ซ้าย และมีแมวอีกตัว นอนขดอยู่ตรงกลางหว่างขา
ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปได้ยามอยู่ที่บ้านนะเนี่ย สุขีจริงๆ

แต่ก็ต้องลุกออกมาถ่ายรูป เดินตั้งแต่เกือบๆ 6 โมงเช้า เดินกลับเข้าห้องตอน 7 โมงครึ่ง
แดดเริ่มร้อนแล้ว สว่างเกินไป ตาสู้แสงไม่ไหวฮ่ะ เดินหยีตามากๆ ตีนกามันจะมากันหลายๆ ตัว
เปลืองครีม…

ตอนระหว่างเดินกลับมาโรงแรม ก็เจอเจ้าของของ 2 ปารีสเลย
ปารีสนึง กำลังจะออกไปเดินทะเลยามเช้า อีกปารีสนึงก็มาเป็นเพื่อนเจ้าของเล่นเนตที่เนตคอร์เนอร์ของโรงแรม ก็กล่าวคำร่ำลากันซะกับทั้งหมาทั้งคน คิดถึงอ่ะ ปารีสสสสสส

ขึ้นมาถึงห้องแล้วทำอะไรดีเอ่ย…
ช่ายแล้ว…หิวค่า
แดรกข้าวเช้ากันเถิดดดดด

ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการเที่ยวหัวหินครั้งนี้ แอร๊ยยยยย

มาม่าคัพอีกแล้ว ฮูเร…ผมจะร่วงหมดหัวไหมเนี่ยตรู…
แต่มันอร่อย แล้วก็ประหยัดตังค์ในการเที่ยวได้มากโขอยู่นะ

จริงๆ อยากกินพิซซ่าของ ibis มากเลย ร่ำลือกันว่าอร่อยมากกกกกกก ถาดละ 229 แต่ก็ไม่ได้ลองกินเพราะมัวแต่เขียมอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แต่ไปรอบหน้า สัญญาว่าจะสั่งมาลองแน่นอนค่ะ

กินอิ่มก็…ทำอะไรต่อดีน้อออออ…หนังท้องตึง หนังตาเหี่ยว เอ้ย!~ หนังตาหย่อน
ได้เวลาเอ่เอ๊แล้วค่า ขอนอนหน่อยนะ ไม่ไหวแล้ว ง่วงมากจริงๆ

ตื่นมาอีกทีตอน 10.30 เริ่มเก็บของ
แอบโทรถามเวลาเช็คเอาท์นิดหน่อย พนักงานแจ้งว่า เวลาเช็คเอาท์คือ 12.00 น.
มี Shuttle Car ไปส่งในเมืองตอน 12.00 น.
ฉะนั้นฉันต้องรีบเก็บของเช็คเอาท์ให้ได้ตอน 11.30 แล้วรอ Shuttle Car ที่ล็อบบี้น่าจะเซฟเวลาได้

ลงมือเก็บของให้เสร็จก่อน
ทรายแมวที่เหลือ เอาใส่ถุงแยกต่างหาก จะได้ไม่ปนกับทรายใหม่ที่เอามาเทแล้วเหลือ ใส่กล่องรวมกันได้ เพราะแยกถุงแล้ว เก็บกระบะทราย อุปกรณ์แมวต่างๆ เข้ากระเป๋าก่อน เหลือที่เท่าไหร่ ของแม่มันค่อยจัดใส่ตามไปอีกทีให้เรียบร้อย พอเสร็จแล้วกระเป๋าสัมภาระเบากว่าขามาอยู่โขเพราะ…ขนม…ลงท้องหมดแหล่ว…ทรายแมว พอแมวฉี่แล้วก็ตักออกไปส่วนหนึ่ง ก็ลดน้ำหนักลงได้นิดหน่อย

เป็นกำลังใจอยู่บนเตียงยามแม่วิ่งเก็บของไปมา

มาถึงส่วนที่ยากที่สุดในการจัดการสัมภาระ…
ช่ายแล้ว…การเก็บแมวนั่นเอง เอง เอง เองงงงงง
ยากที่สุด!

หน้าตาอยากกลับบ้านมากเลยลูก เต็มใจม้ากมาก

พร้อมยังคะคุณวี่ … ทาสจะพากลับบ้านค่ะ

แมวให้ความร่วมมือดีมาก เอาชิวใส่ เอาวี่มา ชิวโดดออก เอ้า งั้นเอาวี่ใส่ก่อน ไปอุ้มชิวมา หันมา เอ้าวี่แหกกระเป๋าออกมาเดินเฉิบๆ ทำไงดีวุ้ย

งัดมาตรการสุดท้าย เอากระเป๋าและแมวสองตัวเข้าห้องน้ำ ปิดห้องน้ำ แล้วเอาแมวใส่กระเป๋าให้ครบทั้งสองตัว รูปซิปเสียให้เรียบร้อยแล้วลากกระเป๋าออกมานอกห้องน้ำ เดินออกจากห้อง ไปเช็คเอาท์ได้เลย

ระหว่างรอเช็คเอาท์ น้องเมล่อนก็กำลังจะกลับแล้วเหมือนกัน เลยออกไปร่ำลาซะหน่อย น่ารักมากจริงๆ หมาอาร้ายยยย

นั่งรอ Shuttle Car ไปเรื่อยๆ ก็เดินถ่ายรูปข้างในโรงแรมไว้เสียหน่อย ระหว่างนั้นก็มีครอบครัวชาวอินเดีย(ละมั้ง)มากรี๊ดกร๊าดแมวฉันกันใหญ่ เด็กๆ ดูจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ สาวน้อยทั้งสองคนมีผมเป็นลอน ตาคม มีลักยิ้มด้วยน่ารักมากๆ มาดูแมวกัน ก็เลยเปิดซิปกระเป๋าให้เค้าได้ลองจับ เค้าชอบกันมากกกกกกกก ท่าจะรักแมวกันทั้งบ้าน เสียดายที่ไม่สามารถสื่อสารกับครอบครัวนี้ได้ ได้แต่ยิ้มๆ ให้กัน แล้วก็ดูเค้าเล่นกับแมวของฉันอย่างมีความสุข

ตั้งแต่เข้ามาพักตั้งแต่วันแรก สิ่งนึงที่เห็นได้ชัดเจน คือเจ้าของสัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยงดูมีความสุข เจ้าของคุยกับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง เดินเที่ยวเล่นด้วยกัน ได้คุยกับคนรักสัตว์เหมือนกัน คนที่รักสัตว์ ก็เข้ามาเล่นกับสัตว์เลี้ยงของเรา ทุกคนดูมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความสุขมากๆ Feel Good สุดๆ

เอาล่ะค่ะ…ความฝันอันแสนสุขจบลงเท่านี้

เมื่อการเดินทางกลับ คือการแบกกระเป๋า 3 ใบเดินทางให้ถึงกทม. มันช่างรบกวนความคิดของฉันแท้ๆ มันต้องหนักหนาสาหัส

และ…ก็ไม่ผิดจากที่คิดเลยค่ะ

โอเค จากโรงแรม ฉันไม่ต้องโบกสองแถวแล้ว ฉันนั่ง Shuttle Car จากหน้าโรงแรม เพื่อไปลงยังจุดที่จะลงท่ารถตู้ที่ใกล้ที่สุด แต่ก็แจ้วคนขับว่าฉันต้องการจะไปที่ท่ารถตู้ (ในหนังสือลงเวลาของรถตู้ที่ฉันแจ้ง เค้าต้องไปส่งฉันลงที่ตลาดกลางคืน) แต่เค้าก็ไปส่งฉันถึงท่ารถตู้ทีเดียว

…ประทับใจโรงแรมนี้…อีกแล้วววววว…ขอบคุณพี่คนขับมากค่ะ ที่ไม่ปล่อยให้เด็กน้อย(ตัวโข่ง) อย่างฉันต้องเดินลำบากเพื่อเดินหารถตู้ (ต่อให้ขอบคุณไว้ตรงนี้แล้ว ฉันก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณเค้าต่อหน้าพร้อมแจกยิ้มกว้างๆ ให้ 1 ทีนะ)

คนที่ท่ารถตู้ (บังเอิญมากว่าเป็นท่าเดียวกันกับที่ผ่านมาเพื่อไปขึ้นสองแถวตอนขามาถึงหัวหิน) กุลีกุจอช่วยขนกระเป๋าฉันไป โดยกระเป๋าใบที่เค้าช่วยฉันขนไปนั้น คือกระเป๋าที่ใส่ลูกฉัน…กรี๊ดดดดดด เบาๆ นะคะ ในนั้นคือหัวใจของฉันเลยน้าาาาา ฉันได้แต่โวยวายในใจ จะให้รู้ไม่ได้ว่าในนั้นคือแมว ไม่งั้นอาจจะได้เปลี่ยนวิธีการกลับบ้าน

ไปซื้อตั๋วราคา 180 บาท เพื่อเดินทางกลับกทม. คนขับเอากระเป๋าแมวฉันเตรียมยัดลงพื้นที่เก็บสัมภาระ!

แล้วฉันก็ทนไม่ได้ ต้องบอกเค้าว่า พี่คะ! อันนั้นไม่ได้ค่ะ ในนั้นมีแมวค่ะ!
คนขับหันมาทันที หน้าตาตกใจมาก หา!  แมว
(คิดว่าหนูพูดเล่นใช่มั้ยคะ ไม่ได้ยินเสียงอะไรใช่ไหมคะ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยใช่ไหมคะ แต่ในนั้นอ่ะ แมวจริงๆ ไม่ใช่ตัวเดียวด้วย สองตัวเชียวนะ!)

คนขับแจ้งว่า ฉันต้องเสียเงินค่าขนแมว เป็นเงินอีก 1 ที่ คือ 180 บาท
แม่มันปาดเหงื่อ 1 รอบ ก่อนส่งเงินให้เค้าไป

พี่คนขับแจ้งว่า หากขนส่งเจอว่าเค้ามีสัตว์อยู่บนรถ เค้าจะโดนปรับ 10,000 บาท
เค้าช่วยฉัน…ฉะนั้นฉันต้องจ่ายเค้า 180 บาท
ความรู้สึกตอนนั้น ฉันอยากขอกระเป๋าคืนแล้วเดินไปสถานีรถไฟสุดๆ ถ้าไม่ติดว่ารถไฟจากหัวหินไปกทม.มีตอน 4 โมงเย็นล่ะก็นะ

ฉันได้นั่งที่นั่งแถวหน้า ข้างๆ เป็นคุณฝรั่ง และภรรยาแบบพัทยาสไตล์น่ะค่ะ (ผิวเข้ม ผมสีอ่อน ใส่แว่นกันแดด สายเดี่ยวเสียวหลุด และกระโปรงบานๆ สั้นๆ เอ็กซ์ และเซ็กซี่) กระเป๋าแมวอยู่ตรงทรีนแม่มัน กระเป๋ากล้องอยู่บนตักฉัน ส่วนสัมภาระแมวและคน อยู่ข้างซ้ายมือ วางไว้บนกระเป๋าใหญ่ๆ 2 ใบ เมื่อวางซ้อนกันแล้ว ปิดทางเข้าออกได้มิดมาก

เมื่อตอนรถออก ยังมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง คนขับเค้าจะแวะรับตามป้ายต่างๆ ด้วยค่ะ แล้วก็มีเรื่องเด็ดระหว่างทางให้ได้นินทาจนได้สิน่ะ

รถตู้จอดแวะรับผู้โดยสารแถวๆ ชะอำ มีน้องนางคนหนึ่งเดินมาขึ้นรถ
เพื่อให้เห็นภาพนะคะ นางใส่ชุดนักศึกษาแบบแฟเชิ่นนิยม
เสื้อรัดกระดุมแตกปล่อยชาย…กระโปรงสั้นมากกกก (Smer-Jim Style) ยังยังไม่พอ…ผ่าด้วย
โอยยยยย ตาแม่แมวแทบถลน

นางเดินมาถึงรถ ก้าวเท้าขึ้นมา แล้วก็ไม่เดินเข้าไปข้างใน
แล้วนางก็หันกลับมาบอกพี่คนขับว่า “พี่คะ หนูเข้าไม่ได้”
โถ…แม่คุณ ถ้าใส่ให้มันดีๆ มันก็ก้าวเท้าเข้าข้างในได้จ้ะ ฉันล่ะปวดหัว

จนสุดท้ายก็มีการสลับที่อะไรนิดหน่อย นางก็ได้นั่ง
เดินทางไปเรื่อยๆ หลับๆ ตื่นๆ
แมวก็เงียบเป็นใบ้ตามแบบของฮาวี่และชิวชิว

พอถึงกลางทาง รถตู้ก็จอดเติมแก๊ส เค้าไล่ผู้โดยสารลงจากรถทั้งหมด
ฉันก็งงๆ อะไรฟระ ฉันเดินออกยากจะตาย จะให้ฉันลงทำม้ายยย
เพิ่งมารู้เอาทีหลังจากเพื่อนๆ ในทวิตเตอร์ บอกว่า กฎหมายระบุไว้ หากมีการจอดเติมแก๊ส ต้องให้ผู้โดยสารลงจากรถทั้งหมด

ระหว่างเดินไปที่พักผู้โดยสารที่เป็นร้านอาหารเพิงเล็กๆ
มีฝรั่งคนนึงเดินไปขอต่อบุหรี่กับรถที่จอดเติมน้ำมันอยู่
WTF! เมิงจะมาสูบบุหรี่อะไรกันในปั๊มน้ำมัน … แม่เย้ดดดดดดดด
ฉันก็เลยรีบเดินหนีมา (คุณ Preut มาบอกทีหลังว่า หนีไปก็แค่นั้น บึ้มมาก็ตายกันทั้งปั๊มแหละ อย่าหวังว่าจะรอด)

พอเติมแก๊สอะไรเรียบร้อย ทุกคนเข้าประจำที่ ฉันก็ได้ยินคุณฝรั่งเค้าก็คุยกับเมียตัวเอง (เสียที) หลังจากนั่งอ่าน iPad กันมาตลอดครึ่งทาง บทสนทนาเป็นดังนี้

คุณฝรั่ง: &*@#$%#$
คุณเมีย: ห๊ะ?
คุณฝรั่ง: &*@#$%#$ (เป็นประโยคเดิม)
คุณเมีย: … (เงียบ ไม่มีคำตอบใด)

แล้วฉันก็ยังนั่งงงอยู่แม้กระทั่งตอนที่เขียนบันทึกการเดินทางนี้ว่า…ปกติคู่นี้มันคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง (วะ) นี่อีเมียเข้าใจอีผัวแล้วใช่ไหม อีผัวจะรู้แล้วหรือยัง ว่าจริงๆ อีเมียเข้าใจ หรือว่าไม่รู้ว่าอีผัวต้องการสื่ออะไร

(แล้วฉันจะไปยุ่งอะไรกับเขา เผือกจริงๆ เลย)

แล้วหลังจากนั้น ก็…หลับยาววววว..
รู้สึกตัวอีกทีก็เข้าเขตกรุงเทพแล้ว จุดมุ่งหมายปลายทางของรถคืออนุสาวรีย์ชัยฯ

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ … กว่าจะเดินถึง มันหมูตกกีบเลยง่า

อย่า….อย่าคิดว่ามันจะชิว ลงสาวรีย์ เดินไป BTS

รถตู้จอดไกลจากสาวรีย์มาตั้งแยกนึง! แม่เย้ดดดดดดดดดดดดดด
ฉันต้องลากกระเป๋าแมว สะพายกระเป๋ากล้อง แล้วเหน็บกระเป๋าสัมภาระเดินผ่าน 1 แยก เดินผ่านสาวรีย์ (ขึ้นบันได  1 รอบ ลงบันได 1 รอบ แล้วก็เดินไปเพื่อขึ้นบันได BTS 1 รอบ ลากไปแอบแวะซื้อชาเขียวมะลิไว้เติมพลังหลังกลับถึงห้อง เอายัดกระเป๋าสัมภาระไว้ก่อน) พอได้ขึน BTS นี่แบบ หมดแรง มันหมู (เหงื่อ) ไหลเยิ้ม แต่ยังไม่ได้นั่ง ได้นั่งอีกทีก็ตรงสถานีสยาม (จ้องเอาไว้เลย เพราะรู้ว่าคนลงเยอะ ฉันต้องรีบแย่ง ไม่งั้นอาจลงไปกองกะพื้น)

พอมาถึงสถานีอ่อนนุช ฉันลากกระเป๋าอย่างหมดแรงเข้าโลตัสอ่อนนุช ไม่รอช้า เดินหา Food Court สั่งข้าวมันไก่พิเศษกินเสีย เพราะไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย หิวข้าวมากกกกกกก (ไม่เอาแล้วมาม่า เบื่อ)

กินอิ่มแล้ว…ก็มีกำลังพอที่จะลากสัมภาระไปให้ถึงห้อง
พอมาถึงหน้าห้อง แมวกระดุ๊กกระดิ๊กเตรียมออกจากกระเป๋ากันใหญ่ ทั้งสองตัวรู้แล้วว่าเดินทางมาถึงที่คุ้นเคยแล้วพอเปิดกระเป๋าก็กระโดดผลุงออกมากันทันที

ชิวชิวก็เดินไปหาที่นอนแผ่
ส่วนฮาวี่…วิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที ท่าจะปวดฉี่ แล้วซักพักก็เดินมากินข้าวกินน้ำ (หิวโหยอย่างน่าสงสาร)

ฉันก็วิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำทันที ไม่ไหวแย้ววววว
พอสบายตัวก็เรียงของ (ส่วนหนึ่ง) ให้เข้าที่เข้าทาง
แล้วก็วิ่งเข้าหาคอม…เพื่อพิมพ์บันทึกการเดินทางของวันแรก เพราะยังรู้สึกอยากบอก อยากเล่าความรู้สึกดีๆ ประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับมาจากการเดินทางให้เพื่อนๆ ได้ฟัง เพราะฉันคิดว่านี่เป็นการเดินทางที่สนุกมาก และฉันหวังว่า คนอ่าน จะได้สนุกไปกับฉันและแมวของฉันด้วย

ขอให้มีความสุขกันทุกคนค่ะ