ป้ายกำกับ

, , ,

30 มิถุนายน 2555

นัดส่งเลนส์ที่ขายให้พี่เบิ้มที่เซนทรัลพระราม 9
ส่งเลนส์เรียบร้อย แวะไปเอสพลานาด แวะไปกินกินดาโค่เสียหน่อย ไม่ได้กินนาน ออกอาการเสี้ยน จัดการคนเดียว 10 ลูก หมูเอ๊ย
ต่อจากนั้นก็ไปเดินย่อยที่เจเจ … แวบไปช่วยโครงการรักษ์แมวปันน้ำใจให้แมวจรเสียหน่อย ไม่ได้ไปนานแล้ว แล้วว่าจะไปสอยของเล่นแมวอันใหม่ด้วย

ไปถึงก็ไปทักทายคนนู้นคนนี้ บลาๆๆๆ เมาท์กะพี่เป็ดนานหน่อย แล้วก็ไต่ไปเรื่อยๆ จนสุดซุ้มอีกฝั่ง เราก็ได้พบกับ

น้องดำผู้แสนเรียบร้อย

หน้ามันประหลาดดี ดั้งเป็นเส้นตรงเลย หน้าเหมือนแมวสฟิงซ์ นอนเล่นอยู่บนเสื้อไหมพรมบางที่วางอยู่บนกรงกระต่ายที่เจ้าของเคส (คุณเกด) เอาใส่เจ้าตัวนี้มา แล้วก็เอามือลูบตัวอยู่ จนดูเหมือนไอ้ตัวนี้เปล่ามาหาบ้าน แต่เจ้าของพามาเล่นที่ซุ้มแมวหาบ้านเฉยๆ คุยไปคุยมา ก็อ๋อ…มาหาบ้านเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่า แมวดำมักอยู่นอกสายตาประชาชีเสมอ แต่ฉันมันพวกคลั่งแมวดำน่ะ เลยเดินเข้าไปหาเรื่องเล่น มันเป็นแมวที่นิ่งมาก ฉันคุยนู่นนี่ไปตั้งนาน มันก็ยังน้อนนอนนอน เรียบร้อยได้ใจ ก็ได้ขออุ้มเล่นด้วย เล็บอีพ่อก็ยาวซะ เกี่ยวเสื้อเกี่ยวผ้าฉันหมด (ความเจ็บเล็กน้อยที่ทาสแมวไม่เคยบ่น) สรุปเลยต้องเอาลงวางนอนเล่นเหมือนเดิม ตลอดเวลาของการหาบ้าน (ตั้งแต่ฉันไปก็ประมาณ 4 โมงเย็น – 2 ทุ่ม) มันนอนตลอดดดดดดด นิ่งได้ใจ หลับยาว ฝนก็มีตกปรอยๆ แมวโดนฝนไปนิดหน่อย แต่มันก็ยังหลับนะ

มาหาบ้านอยู่คับ รับป๋มไปหน่อย

เท่าที่คุยๆ คุณเกดเล่าว่า เจ้าตัวนี้เกือบได้บ้านแล้ว เพราะมีคนขอรับเลี้ยง แต่ว่าวันที่นัดรับตัว หาตัวไม่เจอ ไม่รู้ไปซ่อนที่ไหน ตัวที่ได้บ้านไปเลยเป็นตัวอื่น

วันนั้นมีคนเดินมาดูแมวอยู่เรื่อยๆ แมวดำมีคนเข้ามาเล่นเป็นระยะๆ แต่ไม่มีใครรับแมวดำกลับบ้าน ฉันก็เลยถามคุณเกดว่า ถ้าวันนี้เจ้าตัวนี้ไม่มีคนรับเลี้ยง แล้วน้องต้องไปอยู่ที่ไหน

ฉันสันนิษฐานว่า คำตอบคงเป็นบ้านพักชั่วคราว หรือบ้านของคุณเกด แต่คำตอบที่ได้รับคือ น้องต้องกลับไปอยู่ที่สวนสาธารณะที่คุณเกดไปจับน้องมาหาบ้าน

ฟังแล้ว…รู้สึกใจหายวาบยังไงก็ไม่รู้…

ฉันก็เข้าใจนะ ว่าเป็นเรื่องธรรมดา เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้ของเคสอื่นเหมือนกัน แต่ทำไมมันไม่หวิวเท่านี้ก็ไม่รู้ ฉันเลยตกปากรับคำว่า โอเค…ตัวนี้ ฉันจะรับฝากเลี้ยงไว้เอง จนกว่าจะมีงานหาบ้านให้แมวรอบหน้า (ประมาณ 1 เดือน)

เจ้าดำตัวน้อย ซึ่งตอนนี้ได้ชื่อชั่วคราวในการหาบ้านว่า “ตรูดเอ๊ย” เหตุเพราะโดนฉันเรียกเล่นๆ 2 ที แล้วก็หันตามชื่อนี้มันเสียทุกที (กรรมของเอ็งหรือเปล่าที่ได้ชื่อนี้เนี่ย) 

เจเจคนเริ่มซา โครงการเริ่มเก็บซุ้ม ฉันก็ได้เวลากลับบ้าน ฉันเอาตรูดเอ๊ยเก็บใส่กระเป๋า Longchamp Size L หูยาว ราคา 2400 บาท (แพงสุดในชีวิตแล้ว เงินตัวเองด้วย) รูดซิปเหลือ 1 คืบ ให้อากาศเข้าได้บ้าง เดินทางกลับบ้าน โดยการเสี่ยงโชคลง MRT ก่อน ถ้าสัญญาณไม่ดัง (ตอนมาไม่ดังนะ) ฉันก็จะรอด พามันกลับบ้านได้ง่ายหน่อย

แต่โชคร้ายเป็นของฉัน…สัญญาณมันดังว่t

เจ้าหน้าที่หญิงขอตรวจดูกระเป๋า … เธอฉายไฟฉายลงไปที่กระเป๋า กำลังจะปล่อยให้ผ่านไป (ตรูดเอ๊ยมันตัวดำปี๋ อย่าลืมในข้อนี้) แล้วเธอก็เหมือนฉุกคิดอะไรบางอย่าง เธอจึงขอตรวจดูอีกครั้ง เธอเห็นตรูดของตรูดเอ๊ย เธอตกใจ ถามว่า มันตัวอะไร พอฉันบอกไปว่าเป็นแมว เธอบอกว่า ไม่ได้ค่ะ เอาเข้าไม่ได้นะคะ ถ้าโดนตรวจเจอ เธอจะถูกไล่ออกจากงาน

…รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเลยกรู…

เพราะเธอพูดด้วยความสุภาพมากๆ ฉันเลยขอโทษเธอไป แล้วก็เดินออกไปตามเดิม เพื่อเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า (ที่ไม่เคยตรวจกระเป๋าฉันเลย)

ระหว่างเดินไป…ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากกระเป๋าถือฉันเลย

…คุณสมบัติข้อที่ 1 ประจำบ้านแม่แมว…เมื่อเอาใส่กระเป๋าเพื่อเดินทาง แมวบ้านนี้ห้ามส่งเสียงใดๆ ออกมาอย่างเด็ดขาด…ผ่าน!

ไอ้เจ้าตัวนี้ชักเริ่มน่าสนใจ…

กลับถึงบ้าน ฮาวี่กับชิวชิววิ่งมารับด้วยความหลั่นล้า
และเมื่อพบว่ามีสิ่งผิดปกติติดกระเป๋ามา…มันก็ออกอาการทันที
ฮาวี่แฟร่ใส่ตรูดเอ๊ยทันที แล้วก็เดินหนีไป (คืนนั้นไม่มาหาแม่อีกเลย)
ส่วนชิวชิวก็แฟร่ใส่น้องเหมือนกัน พร้อมวิ่งหนีน้องด้วยความกลัว เพราะไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ลูกแมว มาก่อน (แน่นอน คืนนั้นแมวสองตัวไม่มีตัวไหนอยากมาใกล้แม่เลย)
ที่หนักกว่านั้น ฮาวี่อยู่ดีๆ ก็แฟร่ใส่ชิวชิวเสียอย่างนั้น ชิวงงเลย

ฉันจับตรูดเอ๊ยมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อน ตัดเล็บ เช็ดหู เรียบร้อยแล้วก็จับเข้าห้องน้ำแมว ในใจก็กังวลเล็กๆ ว่าถ้าเจ้าตัวนี้ใช้ห้องน้ำแมวไม่เป็น ฉันต้องเตรียมซักผ้าปูเตียงในวันพรุ่งนี้แน่ๆ

แต่ผิดคาด แค่จับเดินเข้าไปในห้องน้ำแมว เจ้าตัวน้อยก็เดินหามุมเพื่อฉี่ทันที
ฉี่นานมาก ฉี่กองใหญ่มาก เดาว่าคงอั้นมาทั้งวัน
พอฉี่เรียบร้อย ก็พามาหม่ำซะ เปิดอาหารเปียกให้กินอีกกระป๋อง
โอ๊ยยยย กินไม่ลืมหูลืมตา อะไรมันจะหิวขนาดน้านนนน

พอได้กิน ได้ฉี่ มันก็วิ่งหลั่นล้า ความเรียบร้อยหายไปทันที ซนใช้ได้ ดีแล้วที่เป็นแมวร่าเริง ถ้านิ่งๆ ฉันคงหวั่นๆ ว่าจะเป็นแมวป่วยหรือเปล่า คราวนี้ก็ยาวไป เล่นๆ แปบๆ ฉันจับไปนอนที่ที่นอนแมว (ที่ไม่เคยมีแมวไหนมานอนจริงๆ จังๆ เสียที) มันก็รู้อยู่ทันที นอนหลับแบตหมดอยู่ที่ที่นอนแมวนั่นแหละ ป๊าดดดดดดด ทำไมมันง่ายอะไรขนาดนี้ น่ารักนะเนี่ย (โดนเสน่ห์รอบสอง)

ฉันอาบน้ำเรียบร้อย เตรียมเข้านอน มันก็ยังนอนอยู่ตรงที่นอนนั่นแหละ แมวสาวสองตัว งอนแม่มัน หนีไปนอนอยู่ตรงซอกหลืบของห้อง ไม่ยอมมองหน้ากันเลยทีเดียว โอเค เข้าใจ นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาและฉันต้องทำใจแม้จะน้ำตาตกในก็ตาม มีเพียงน้องตรูดเอ๊ย นอนอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนกันก็ยังโอเค

1 มิถุนายน 2555

หลับสบาย …

ตื่นเช้ามา … เอามือคว้าไปที่ข้างหมอน … เฮ้ย มันยังมีแมวอยู่ว่ะ! ต๊ายยยยยยยย

คุณสมบัติที่แม่แมวเคยหวังจากสองสาว แม่แมว จะได้นอนด้วยกันกับลูกแมวเสมอ สองสาวไม่เคยสนใจเรา นอนกันเองตลอด (แต่ฮาวี่บางทีก็มานอนข้างๆ หมอนแบบเงียบๆ ไม่ให้แม่รู้ ชิวจะมุดผ้าห่มมาใช้แม่เป็นฮีตเตอร์ยามแม่เปิดแอร์หรือยามอากาศหนาวเท่านั้น)

ลุกขึ้นมาทำนั่นนี่ท่ามกลางความตึงเครียดของแมวๆ ที่แฟร่ใส่กันตลอด ส่วนตรูดเอ๊ยยังหลั่นล้า ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น กินข้าวเสร็จก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปอึ … (อีแม่ปลื้ม ฉลาดดดดด ใช้ห้องน้ำเป็นแล้ว)

แต่…แต่…อึแอบเหลวนะเนี่ยไอ้ตูด

เอาแล้วไง ฉันเริ่ม Panic กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยยามเอาชิวชิวเข้าบ้าน แล้วเอาบิดมาติดฮาวี่ รอบนั้นหาหมอหมดไปหลาย ป้อนยากันเครียดทั้งคนทั้งแมว

ต้องเฝ้ามันเยอะหน่อย แล้วระหว่างวันก็พบว่า มันอึอีก 2 รอบ แล้วแต่ละรอบก็เหลวขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ได้การ จับส่งหมอ ณ บัดนาว…

ฉันเลือกที่จะไปร้านสุขุมวิทสัตวแพทย์ เพราะเคยเอาเสือน้อยไปหาหมอที่นี่ หมอใจดีนะ เรียกหมาเรียกแมวว่าลูกทุกคำเลย แล้วรักษาเสือน้อยหายดีในเข็มเดียว

พอเอาไปหาหมอ หมอถามว่าได้มาจากไหน ก็แจ้งไปว่ารับเลี้ยงมาเพิ่งรับมา มันอึเหลว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะไม่สบายหรือเพราะกินแต่อาหารเปียกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็พยายามให้ข้อมูลหมอให้มากที่สุด

หมอเอาปรอทเสียบตูด…เจ้าตัวเล็กมีไข้เล็กน้อย…เลยให้ยาลดไข้มา ส่วนสาเหตุที่ทำให้ท้องเสีย อาจเป็นเพราะมีพยาธิ หรือเพราะไม่สบายก็เป็นได้ แต่การที่กินอาหารเปียกตลอด ก็ทำให้อึเหลวได้เหมือนกัน หลายสาเหตุ ฉะนั้น เอายาแก้ไข้ไปกินก่อน ถ้าหายแล้ว อาทิตย์หน้าเอามาถ่ายพยาธิ พร้อมทำวัคซีนเข็มแรกได้เลย ตอนหมอจ่ายยา หมอถามว่า คิดชื่อให้ได้หรือยัง … ฉันไม่กล้าบอกหมอ ว่ามันชื่อ ตรูดเอ๊ยอ่ะ สงสารแมว

พอจะจ่ายเงินหมอบอกว่า หมอไม่คิดเงิน เอาไปเถอะ

โอ้…หมอคะ! จะดีหรอคะเนี่ย! คราวที่แล้วที่เอาเสือน้อยมา หมอก็ลดราคาให้ ไยหมอใจดีกะแมวจรตลอดเลยคะเนี่ย หนูซึ้งงงงง

เอาแมวกลับบ้าน … ก่อนนอนป้อนยาแมวอีกรอบ นั่งหาว่า ลูกแมวจะท้องเสีย สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง

งดอย่างแรก…อาหารเปียก…ตรูดเอ๊ยพอกินอาหารเม็ดได้แล้ว ต่อให้จะดี๊ด๊าแง้วๆ ขนาดไหนก็ห้านใจอ่อนจนกว่าจะหายท้องเสีย

อย่างที่สอง…จัดการเรื่องน้ำดื่ม…เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดให้สะอาดมากๆ

อย่างที่สาม…ป้อนยาให้ตรงตามเวลา

อย่างที่สี่…ไปซื้อยาแก้ท้องเสียของเด็กเตรียมไว้ ในกรณีฉุกเฉิน

อึเหลว แต่ยังร่าเริงมาก ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ไม่น่าจะใช่อาการท้องเสียจากการไม่สบาย โอเค วางใจได้ ยาท้องเสียไม่จำเป็นแล้ว คืนนั้นผ่านไปด้วยดี ไม่มีการวิ่งมาเพื่ออึอีก สรุปว่าอึไปแค่ 3 หนเท่านั้น (ไม่นับรวมที่มันวิ่งๆ อยู่แล้วมาตดให้ดมนะ…กลิ่นเหม็นจนคิดว่ามันต้องอึแน่ๆ หาอึใหญ่เลย เตรียมเช็ด ก่อนจะพบว่านั่นคือตดที่เหม็นมหากาฬ ซึ่งสองสาวไม่เคยทำให้เราได้ดมมาก่อน อีนี่มันไม่เก็บอาการเลย ไม่อายใดๆ ทั้งสิ้น)

นอนเล่นอย่างสบายใจ…กินได้…อึคล่อง

แล้วฉันก็ได้พบว่า แมวตัวผู้ทิศทางการฉี่มันคนละแบบกับแมวตัวเมีย แม้ท่านั่งจะเป็นท่าเดียวกัน แต่เหมือนมันจะพุ่งออกไปทางด้านหน้ามากกว่า และลูกแมว ไม่ค่อยจะทำความสะอาดกะปู้ตัวเองเท่าไหร่ ฉันก็ต้องคอยเช็ด เพราะเจ้านี่ชอบมาคลอเคลีย แล้วเอาตรูดเหม็นๆ มาให้ดมเรื่อยเลย

-เวลาผ่านไปจนถึงวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2555-

นอนเล่นคับ…ฉบายใจฉุดๆ

ผ่านมาเกือบอาทิตย์ แมวน้อยหายป่วยตั้งแต่วันจันทร์ พี่ๆ เริ่มยอมรับตั้งแต่ประมาณวันที่ 3 แต่ยังไม่ยอมเลียหัวเลียตัวให้ ยอมให้เดินสวนไปมาได้ แต่ถ้ามายุ่งจะโดนแฟร่ใส่ (แต่ไม่ยักกะเข็ด ชอบวิ่งใส่สาวๆ เค้าเรื่อย ไม่โดนตบก็ดีแล้วนะ)

คุณสมบัติที่แม่แมวเคยหวังจากสองสาว (2) ทุกคืน เจ้านี่จะนอนที่เดิม ไม่ไปไหนจนกว่าเราจะตื่น ไม่เคยหนีไปนอนที่อื่น แม้จะคุ้นกับห้องแล้วก็ตาม ดูเป็นแมวซน ซึ่งคงเป็นไปตามวัยของแมวเด็ก แต่ค่อนข้างรู้กินรู้อยู่ ไม่เคยฉี่และอึนอกห้องน้ำแมว (ยกเว้นรอบเดียว ที่คิดว่าคงวางระเบิดผิดที่ แล้วยังเอาตูดมาแปะชุดนอนฉันอีก หาอยู่ตั้งนานว่ามันไปอึไว้ที่ไหน ทำไมเดินไปไหนกลิ่นก็ตามมาตลอดเลย)

คุณสมบัติที่แม่แมวเคยหวังจากสองสาว (3) แมวที่อยู่ดีๆ เดินมาอ้อน เดินขึ้นตักแล้วนอนหลับ มันช่างน่ารัก จนทำให้คิดไปว่า หรือฉันจะเข้าใจผิดว่าแมวขี้อ้อนต้องเป็นตัวเมีย จริงๆ แล้วมันต้องเป็นตัวผู้หรือเปล่า สุดท้ายคิดไปคิดมา ได้คำตอบว่า มันจะอ้อนหรือไม่ ไม่เกี่ยวกะว่ามันมีจู๋หรือเปล่าหรอกมั้งนะ

คุณสมบัติข้อที่น่ารักมาก คือ มันเป็นแมวดำล้วน ขนยาวกว่าแมวไทยทั่วไปหน่อย ขนนิ่มมาก เงาแว้บ (จนไม่คิดว่าอาจจะเป็นแมวจร) หางยาวตรงสวย ขี้อ้อนเว่อร์ ไม่พูดมาก

แต่จริงๆ แค่เรื่องรู้ที่นอน และเดินมานั่งตักก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ฉันหลงรักเจ้าตัวดำน้อยตัวนี้

คุณเกดส่งข้อความมาบอกว่า มีคนสนใจจะรับเลี้ยงดำน้อยแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ คุณเกดอยากให้เราเลี้ยงตรูดเอ๊ยไว้เอง ส่วนคนที่จะขอเลี้ยงตรูดเอ๊ยมา คุณเกดจะหาตัวอื่นเสนอให้ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ ก็เท่ากับว่ามีแมวได้บ้าน 2 ตัว

เอาล่ะสิ มีคนขอเลี้ยงแล้ว ฉันเริ่มทำใจไม่ได้ ฉันรักอีตัวดำนี่ไปแล้ว…แต่ทำไงดี ยังไม่ได้บอกป๊ากะแม่เลย (ไม่ยอมให้งอกแมวเด็ดๆ)

ฉันขอเวลาคุณเกดอีกหน่อย ขอทบทวนอีกนิด คุณเกดก็ตกลง

เดินมาขอนอนเอง อ้อนจริงเล้ยยย

7 กรกฎาคม 2555

ฮาวี่ที่เริ่มหายงอนแล้ว ร้องปลุกแต่เช้าให้เปิดประตูเพราะเธอต้องการไปชมวิวยามเช้าที่ระเบียง
แล้วฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้น้องชายฉันไม่อยู่ที่โคราชนี่นา … ได้การแล้ว

คว้าแมวดำน้อยลงกระเป๋าทันที ขึ้นรถทัวร์ออกเดินทางกลับบ้านเกิด พร้อมจุดประสงค์บางอย่างในใจ
1. น้องชายไม่อยู่ ฉันเอาแมวกลับไปค้างคืนด้วยได้ จะได้ไปหาแม่กะป๊าให้หายคิดถึง
2. จะไปโชว์ฝีมือทำกับข้าวให้ป๊าให้แม่กินบ้าง หลังจากทำให้คนอื่นกินบ่อยๆ จนคิดว่าไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร เอิ๊กๆ
3. เอาตรูดเอ๊ยไปดูปฏิกิริยาป๊ากะแม่หน่อย ถ้าไม่ได้จริงๆ ฉันจะยอมให้เจ้านี่ไปอยู่บ้านอื่น

ระหว่างเดินทาง คุณเกดก็ส่งข้อความมาขอคำตอบ ฉันเลยบอกว่า กำลังเดินทางเอาเจ้าตัวน้อยไปขอวีซ่าจากคุณตาคุณยาย วันอาทิตย์จะให้คำตอบ ให้คุณเกดรอหน่อย ซึ่งคุณเกดก็โอเค ไม่มีปัญหาอะไร และตลอดการเดินทาง ตรูดเอ๊ยเป็นเด็กดี นิ่งเงียบอยู่ในกระเป๋าอย่างน่าประทับใจ

ฉันรอป๊ามารับอยู่ที่เดอะมอลล์ ระหว่างนั้นก็กล่อมแมวให้เป็นเด็กน่ารัก คุณตาคุณยายจะได้รักจะได้หลง

ขึ้นรถปั๊บ คุยกะป๊าไปเรื่อยๆ ป๊าถามว่า สองสาวอยู่ในกระเป๋าเงียบกริบเหมือนเคยเลยเนอะ
ฉันเลยคว้าแมวดำตัวน้อยออกมาอวดทันที พร้อมบอกว่า นี่เค้าฝากเลี้ยงมา รอหาบ้านอยู่

แล้วป๊าก็สวนกลับมาทันที “ไม่ใช่ของตัวเองเสียนิ”
ป๊าดดดดดดดด แม่นยังก๊ะตาเห็น

แล้วตลอดทางป๊าก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก คุยเรื่องอื่นกันไปอะไรไป

พอถึงบ้าน…ได้เรื่องเลย…คุณยายไม่ยอม (อันนี้ของแน่ แต่ไม่เป็นไรวีซ่าแท้ๆ อยู่ที่คุณตา งิงิงิ) พร้อมสวดฉันอีกยกใหญ่ 555

แต่พอบ่ายๆ คุยเรื่องนู้นนี้กะป๊าอีกที เดาว่าป๊าคงรู้แล้วว่าเอามาให้ดูตัวเพื่อขอเลี้ยง … คุยไปเรื่อย แต่ป๊ายิ้มให้ แปลกมากที่ป๊าเองก็ไม่ได้บอกออกมาว่าให้เลี้ยง แต่แค่เห็นป๊ายิ้มอย่างนั้น กับมองตาป๊าก็รู้แล้วนะว่าป๊าให้เลี้ยง ยอมให้งอกได้ ดีใจสุดๆ (หอมแก้มอ้อนไปด้วยความดีใจอย่างแรง)

สองวันที่อยู่บ้าน แม่พยายามเสนอตรูดเอ๊ยให้คนอื่นตลอด ใครมาบ้านก็ถามว่าอยากได้แมวไหมอยู่นั่นแล้ว ฮ่วย…

แต่คุณตาประทับวีซ่าตรูดเอ๊ยไปแล้ว เสร็จเมย์คับ…

จุฟๆ แม่คับ

ตอนที่ฉันเข้าไปเล่นกับตรูดเอ๊ยในห้อง ป๊าก็เข้ามาดู มันก็ตอแหลนะ เข้าใจทำ เดินเข้าไปหงายพุงเล่นๆ กะป๊า ไม่กลัวคนแปลกหน้าเลย ป๊าบอกว่า อืม หางมันยาวดี (คำชมเดียวกับที่มีให้วี่และชิว)

ป๊าชอบแมวหางยาวตรงน่ะ … (ฉันก็ชอบ)

ป๋มชอบลืมเก็บลิ้นเรื่อยเลยคับ…แต่แม่ชอบมากเลย ตลกดี

ตอนกลางคืนวันเสาร์ ส่งข้อความคุยกับคุณเกด แจ้งว่าวีซ่าน่าจะผ่าน 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ขอย้ำให้แน่ใจก่อนว่าได้เลี้ยงแน่ๆ แล้วจะบอกอีกครั้ง

ฉันเอาเจ้าตัวน้อยออกไปดูทีวีตอนกลางคืนในครัวกับแม่กับป๊า มันก็เรียบร้อยดี นอนหลับสบายใจ ไม่กลัวอะไรเลย   จะมีก็แค่หวาดๆ หมูหยอง (หมาน้อยป้าแก่อายุ 15 ปีที่แบตอ่อนมากๆ แล้ว นอนทั้งวัน สุดที่รักของฉันเอง) เวลาเดินไปเดินมาเท่านั้นเอง

พอเข้านอน เจ้าตัวน้อย ก็เดินมาหาฉัน มานอนบนอกฉันเสียอย่างนั้น แล้วนอนหลับสนิทเสียด้วยนะ วู้ยยยย ขี้อ้อนได้โล่ โตมาขอให้ได้อย่างนี้ตลอดไปนะไอ้ตรูดดดด

8 มิถุนายน 2555

ระหว่างกินอาหารเช้า ฉันบอกว่า ดำน้อย (เรียกหลายอย่างเลย ตรูดเอ๊ย ตรูดค้าบ ดำน้อย ไอ้ตัวเล็ก) ยังไม่มีชื่อเลย ป๊าตั้งให้หน่อยสิ

แล้วป๊าก็บอกว่า สีดำ ก็ชื่อ “นิล” สิ

โอเค…เจ้าตัวน้อยก็ได้ชื่ออย่างเป็นทางการ พร้อมวีซ่าให้งอกได้แล้ว เฮ! ได้คุณตาตั้งชื่อให้อีกด้วยล่ะ ดีจริงๆ เลย

สีนิล…คับป๋ม

ฉันส่งข้อความไปบอกชื่อของเจ้าตัวน้อยกับคุณเกด พร้อมแจ้งข่าวดีนี้ให้ทาสแมวที่เชียร์เจ้าตัวน้อยกันมาให้ได้รู้ว่า สีนิล แมวดำตัวผู้ ตัวเล็กๆ จะเข้ามาเป็นสมาชิกตัวที่ 3 ของบ้านนี้อย่างเป็นทางการแล้ว

ทุกคนต่างก็ดีใจกับสีนิล ^^ หนูดีใจมั้ยคับยูก … มาเป็นยูกชายก๋องแม่เนาะ

โตไวไว เติบใหญ่แข็งแรงนะคับยูก