ป้ายกำกับ

, , , , ,

เมื่อเดือนที่แล้ว เราได้รถ(มือสอง)มาใช้เป็นรถของตัวเองคันแรกอย่างเป็นทางการ รถใช้ได้เป็นปกติ เรียกคุณรถคันนี้ว่า “คุณตา

คุณตาเป็นรถยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น Lancer GLXi 1.5  ส่วนใหญ่เค้าเรียกกันว่า มิตซูอีคาร์ ดูเป็นที่รู้จักมากกว่า คุณตาปีนี้อายุ 22 ปี แค่สมรรถนะยังดีเยี่ยม เครื่องแน่นมาก ตอนได้มาก็ทำการบำรุงรักษาขั้นต้น เปลี่ยนยาง เปลี่ยนสายพาน เปลี่ยนลูกยางในเครื่องต่างๆ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเพาเวอร์ เช็คแบตเตอรี่ เช็คหม้อน้ำ เปลี่ยนยางปัดน้ำฝน เพิ่มรีเลย์ไฟหน้า เปลี่ยนยางรองที่พื้นเท้าใหม่ เบื้องต้นคิดว่าคุณตาพร้อมใช้งานตามปกติแล้ว

ทำความสะอาดภายใน ภายนอก ภายในนี่หนักพอสมควร เพราะคุณตาค่อนข้างชื้น เพราะเป็นรถเก่าจอด ก็จะชื้นหน่อย มดมาทำรังตรงขอบประตูกันเป็นรังเลย แล้วพรมต่างๆ ในรถก็เหม็นอับ กลิ่นชื้นรุนแรงพอสมควร ก็ทำการไล่มดออกไป ดูดฝุ่น แคะดิน ตากแดดไว้หลายวัน เพื่อไล่กลิ่นออกไป จนเบาบางลงมากแล้ว ก็ลงสเตย์คลีนในส่วนที่เป็นหนังเพื่อทำความสะอาดคราบฝังแน่น แล้วเช็ดออก จากนั้นลงแวกซี่ประมาณ 3 รอบ เนื่องด้วยหนังคุณตาค่อนข้างแห้ง แวกซี่นี่ลงแล้วหาย ลงแล้วหาย โหดมาก

สภาพพวงมาลัยคุณตาค่อนข้างแย่ เพราะโดนแดดจนร่อนและกระเทาะ ขอเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ บิดาอิฉันก็ไม่อนุมัติ เลยหาเอาปลอกสวมพวงมาลัยมาใส่แทน

สภาพเบาะนั่ง คุณตาเป็นรถรุ่นเก่า มาพร้อมเบาะสุดฮิตสมัยนั้น ได้แก่ เบาะกำมะหยี่ … ซึ่งตอนนี้ ขนหลุดร่วงไปเยอะเลย ดูโล้นๆ อิฉันก็เลยต้องเอาที่หุ้มเบาะริลัคคุมะสุดมิ้งมาหุ้มไว้เพื่อความสวยงาม และแสดงความโนเนะในวัยเลข 3 ของตัวเอง

สภาพภายนอก สีคุณตาเริ่มมีหยาบๆ ก็ต้องลงน้ำยาขัดสีบ่อยๆ หน่อย ตอนนี้เงาเหมือนเดิมทั้งคัน ไม่มีปัญหา หลังคาที่มีส่วนที่ผุนิดหน่อย ก็ลงจารบีไว้ ไม่ให้หนักมากไปกว่านี้ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ คงได้ปะผุทำสีใหม่ แต่ตอนนี้คิดว่าสภาพคุณตายังค่อนข้างนิ้ง ยังไม่ต้องทำสีใหม่ไปอีกค่อนข้างนานเลย

ขับคุณตามาเกือบๆ เดือน ทุกอย่างไม่มีปัญหา จนกระทั่ง…วันนี้…

ตอนเย็น หลังจากปิดร้านแล้ว เราต้องออกไปซื้อผงฟู เพื่อมาทำน้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์จากกากมะนาว ก็เออ รีบออก จะได้รีบกลับบ้าน เพราะวันนี้ท่าทางจะรถเยอะตอนกลางคืน เพราะคนจะออกมาลอยกระทงกัน (อยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดงานวัดจุงเบย) ก็รีบๆ ขับรถไปเดอะมอลล์ เพราะจะซื้อของที่ Daiso ด้วย เหมือนจะฤกษ์งามยามดี (หรอ) จากร้านมาถึงเดอะมอลล์แค่ 30 นาที (ตีนผีนิดหน่อย) ได้ที่จอดรถอย่างรวดเร็ว เพราะยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน ซื้อของเรียบร้อย นั่งกินข้าวเย็น เพราะหิวโคตรรร ไม่ไหวแล้ววว

จัดการธุระเรียบร้อย เอา รีบกลับบ้านๆ ก็ขับวนๆ ลงมา คุณตาก็ยังเป็นปกติดี…จนคุณตาออกมาถึงหน้าห้าง และกำลังลงถนนมิตรภาพ คุณตาที่กำลังร้องๆ เพลงอยู่ คุณตาก็เสียงหายๆ ขาดๆ แค่กๆ

ฉัน : เอาละมึง กุว่ามันไม่ปกติ
คุณตา : แค่กๆ
ฉัน : (เปิดไฟเลี้ยว) เสียงไฟเลี้ยวแปลกๆ นะคุณตา ปกติมันแต๊กรัวกว่านี้ นี่มันเทปยานแล้วอ้าาาา คุณต๊าาาา

พอมองไปที่แผงสถานะอุปกรณ์ต่างๆ ไฟแบตขึ้นแดงแจ๋เลยค่ะ

ฉัน : คุณตาจิมาหมดแรงอัลไลตอนเน้!! ม่ายยยยย

นี่ก็แบบเอาไงดีวะ ลองขับๆ ไปก่อน ดูเหมือนยังเหยียบๆ ได้ เครื่องยนต์ยังวิ่งได้ ก็วิ่งๆ ไปจนถึงแยกไฟเขียวไฟแดง รถติดไฟแดง ทีนี้คุณตาเริ่มตัวสั่น เครื่องสั่นกึกๆ กึกๆ

ฉัน : เหี้ยแล้ว เหี้ยมากๆ คุณต๊าาาาาาา
**โทรจิกบิดาตัวเองทันที**
…ตู๊ดๆ และหลายตู๊ดๆ…บิดาไม่รับสาย!
**จิกมารดาตัวเองต่อ**
…หลายตู๊ด…มารดาไม่รับสาย!

อิฉันจึงทำการเปิดไฟฉุกเฉินก่อนและกำลังลนลานอยู่ในรถ
**จิกบิดาอีกที!**
…บิดาก็ยังไม่รับสาย…
เอาล่ะค่ะมึงงงง ยังไง ยังไง…

อัพสเตตัสเฟสบุ๊ค
…คือมันใช่เวลามั้ยวะ…แต่คิดอะไรไม่ออกจริงๆ นาทีนั้น กุอัพสถานะก่อน เผื่อมีใครเห็นข้อความ แล้วจะมีใครให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง มันตันมาก การอัพสเตตัสเฟสบุ๊คแม่งก็กิจกรรมสิ้นคิด คิดไรไม่ออก บ่นลงเฟซบุ๊คไว้ก่อน…

“คุณตาตายอยู่ตรงห้าแยกกกกก อ๊ากกกกกก ทำยังไงดี๊!!!!!” 

อัพสเตตัสแล้ว…ก็มาวุ่นวายกับคุณตาที่ยังสั่นๆ อยู่ตรงไฟแดง ซึ่งยังไม่เขียว…และเหมือนจะแดงนาน…และแล้วคุณตาก็…หมดลม…ดับแพร่ด…ฮื้ออออออออ

บิดาโทรกลับมา…ในที่สุดดดดด
อิฉันก็แจ้ง (ฟ้อง) บิดาว่ารถเสียพ่อออ แบตไม่มี๊!! //โวยวายวึ่นวือ
พ่อรับทราบ แล้วเดี๋ยวจะตีรถกลับมาช่วย ระหว่างนั้นให้รอไปก่อน

ทีนี้ระหว่างรอ เรามาดูสถานะที่ตูข้าอัพเพื่อแจ้งเพื่อนๆ และโลกโซเชี่ยล

พอไฟเขียว ก็ทำไรไม่ได้ ก็เปิดประตู เอามือโบกๆ ให้เค้าหลบซ้ายหลบขวากันไป รถหนูเด๊ดค่าาา ขออภัยยยย เค้าก็หลบซ้ายหลบขวากันไปตามความสะดวก

กลับมาที่โลกโซเชียลของเราคนที่รู้ว่าคุณตาคือใคร ก็แนะนำให้เอารถหลบไปข้างทางก่อน
ซึ่ง…อิฉันอยู่แม่งเลนกลาง และรถกำลังเยอะเหี้ยๆ! โฟลวโคตรๆ วิ่งเร็วกันสัสๆ

คำถาม…กุต้องทำยังไงงงงงงง…ไม่เคยทำ เข็นตูดหรอ … แล้วจะชิดซ้ายยังไงวะ ไม่มีคนหมุนพวงมาลัยให้กุง่า

ก็สติแตกกันอยู่ในรถนั่นแหละ…รอบิดาไป

แล้วฮีโร่ก็ปรากฎกาย ไฟแวบๆ มาจ่อตูดเลยค่า … ตำรวจหรอ โน้วววว กู้ภัยค่ะ! พี่กู้ภัยมากู้ชีวิตคุณตาแย้วววว

โชคดีที่วันนี้เป็นวันเทศกาล พี่กู้ภัยน่าจะอยู่ระหว่างทางเดินทางไปดูแลงานลอยกระทง เลยได้มาเจอชะนีกำลังมีปัญหา

พี่กู้ภัย : รถเป็นไรครับ
ฉัน : คิดว่าน่าจะแบตหมดนะคะ แบตมันขึ้นแดงๆ
พี่กู้ภัย : เอารถชิดทางซ้ายก่อนครับ ตรงนั้นๆ เอ้าๆ เข็นๆ หมุนๆ

ทันใดนั้นก็เหมือนเกิดปัญญา เออ กุก็ลงไปเข็นรถแบบเปิดประตู แล้วดันโครงรถ แล้วเอามือหมุนพวงมาลัยไปพร้อมกันก็ได้แล้วนี่หว่า เคยเห็นคนเค้าทำ

…แต่เมื่อกี้ก็คิดไม่ออก…คนมันไม่เคยยย…เขินเบย…

พี่กู้ภัย : น้องขึ้นรถเลย เดี๋ยวพี่เข็นตูด หมุนพวงมาลัยไปนะ ไปจอดตรงนู้น

พอเข้าซ้ายเรียบร้อย การจราจรก็ไหลตามปกติแล้ว มีคุณตาอยู่ตรงริมเกาะกลางถนนตรงแยก

พี่กู้ภัย : เปิดกระโปรงรถเลยครับ

โชคดีของอิฉันนนน ที่บิดาสอนเรื่องการเปิดกระโปรงรถไว้แล้ว ไม่งั้นตูจะดูโง่กว่านี้อีก ถ้ามีคำตอบให้เค้าว่าเปิดกระโปรงรถไม่เป็น แต่บิดาแค่สอนให้ฟัง ยังไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง อิฉันเลยต้องพยายามนึก

…ที่ดึงเปิดกระโปรงหน้ามันอยู่ไหนวะ…(สมองนะ…เก็บแต่เรื่องลามกไร้สาระเต็มไปโม้ด)

พอคลำๆ เจอก็ดึง แล้วก็ต้องไปปลดสลักกระโปรงหน้าสิคะ…เอาละมึงงงง เอานิ้วแหย่ๆ ปัดซ้ายหรือปัดไปทางไหนวะเห้ย…เอาวะ ซักทาง

…แล้วทางที่เอานิ้วปัดๆ ก็ดันเปิดได้…ฮาเลลูยามาก…ดูโง่น้อยลงนิดหน่อย…

พี่กู้ภัยก็ทำการจัมป์แบตให้ทันที พอคุณตาได้รับการชอตไฟฟ้า ก็ได้ทำการคืนชีพ ส่งเสียง แท่ดๆๆๆ ยังสั่นเล็กน้อย แต่พอวิ่งได้

ระหว่างนั้นเพื่อนก็โทรมาหา (บทสนทนาคร่าวๆ เป็นดังนี้ เนื่องจากยังสติแตกอยู่ จำได้ไม่หมด บทสนทนาในหัวกระเจิดกระเจิงมาก)
เพื่อน: เห็นแล้วว่ารถเสีย เมิงอยู่ไหน
ฉัน : อยู่ตรงห้าแยกเนี่ย
เพื่อน : ห้าแยกไหน
ฉัน : ห้าแยกที่มีบิ๊กซี เทอร์มินอลอ่ะ
เพื่อน : ตรงนั้นมันสามแยก
ฉัน : เออๆ นั่นแหละ เออเมิงๆ วางสายก่อนนะ เดี๋ยวกุคุยกับพี่กู้ภัยก่อน

หันมาทางพี่กู้ภัย
ฉัน : ขอบคุณค่ะพี่ พี่ว่าหนูจะขับไปรอดถึงบ้านมั้ย มันจะตายกลางทางอีกมั้ยอ่ะ
พี่กู้ภัย : (ยิ้ม) ก็ขับไป อย่าให้ดับกลางทางแล้วกัน

พูดจบแกก็กระโดดขึ้นรถ แล้วขับจากไป

เดี๋ยวววว…แม่งมาเร็วเคลมเร็ว จากกุไปอย่างเร็ว ช่วยอยู่เป็นเพื่อนเค้าอีกซักหน่อยไม่ได้เหยอ เค้าเหงา เค้าเฟ้งฟ้าง เค้าทำตัวมะถูกกกก

โทรหาบิดาแจ้งว่าได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัยผายปอดปั๊มหัวใจคุณตาแล้ว พ่อบอกให้ขับไปข้างหน้าเลยไปอีก แล้วก็ชิดซ้าย เปิดไฟฉุกเฉินรอไว้เดี๋ยวอีกแปบก็ถึง แล้วเดี๋ยวชาร์จไฟรถ จะได้วิ่งให้ถึงบ้านแล้วค่อยซ่อมพรุ่งนี้

อิฉันก็ขับรถไต่ๆ ผ่านแยกไปด้วยใจตุ๊มต่อม จอดรถไว้หน้า Cockpit เพราะไฟสว่างดี ดูปลอดภัย (ต่อผู้อื่นไม่ให้โดนอิฉันลากเข้าข้างทางยามราตรีที่มืดมิด)

20161114_191240

คุณตาระหว่างรอบิดามาป้อนข้าว (ชาร์จแบต)

ระหว่างรอก็ว่างเนาะ…ไม่มีไรทำ เช็คสเตตัสจิคะ
เพื่อนตอบมาแยะเลย ทั้งในเฟซบุ๊คและทางไลน์

ขอบคุณในคำแนะนำต่างๆ ขอบคุณความห่วงใย ขอบคุณสายที่โทรเข้ามาเพื่อให้คำแนะนำเรื่องแบตเตอรี่ เรื่องสภาพรถนะคะ

ทั้งนี้ มันสนุกมาก ที่เพื่อนมาตอบด้วยความเข้าใจผิดว่า
“นี่นั่งขายของ พักเหนื่อย เปิด FB เจอฟีลนี้ ตกใจตาเหลือก พัง (นี่ชื่อเพื่อนนางที่นั่งขายของอยู่ด้วยกัน) ไอ้เมย์เจอคนแก่ตาย จินตนาการไปไกลโพ้น ยิ่งอ่านคอมเมนต์ยิ่งระทึกตาม แกมันเอารถเข้าไม่ได้ แกคนแก่จะโดนรถเหยียบไหม เหอะๆ อ่านไปอ่านมารมณ์ค้าง พังๆ คุณตาคือรถของมัน ความสามารถในการจินตนาการเริศ”

และยังมีอีกหลายคนที่คิดว่าคุณตาคือคน…และคุณตาตาย…แว้ก!

เลยต้องรีบกลับไปอ่านสถานะตัวเองใหม่

(รีรันเผื่อคนอ่านจำไม่ได้) “คุณตาตายอยู่ตรงห้าแยกกกกก อ๊ากกกกกก ทำยังไงดี๊!!!!!”

คำถาม คนอื่นรู้มั้ยว่ารถกุชื่อคุณตา
คำตอบ ไม่มีใครเค้ารู้กับเอ็งหรอก มีรู้อยู่ไม่กี่คน แล้วสถานะเมิงน่ากลัวมากกกกก

เพื่อนก็คิดไปนู่น อิฉันเจอคนตายค่ะะะะะ!!

เลยต้องไป Edit ว่ารถกุเสียยยย และที่อัพว่าห้าแยกนั่นมันไม่ใช่ มันคือสามแยก และชื่อสามแยกอุดร

รับรองได้ว่า หลังจากนี้เป็นต้นไป อิฉันที่มีความจำปลาทอง ไม่เคยจำชื่อถนนได้เลย จะจำชื่อแยกนี้ได้อย่างแม่นยำ และเพื่อนสาวทั้งหลายก็ได้ให้ชื่อเล่นแยกนี้ไว้แล้ว

“แยกแบตหมด”

นี่ก็นั่งอ่านคำตอบเพื่อน ตอบคำตอบไป หายเครียดหายตื่นเต้นไปเยอะ สติเริ่มมา รู้สึกได้เลยว่าเมื่อกี้ตัวเองสติแตกจริงๆ ไม่เคยต้องอยู่กับสภาวะรถเจ๊งแบบขับเองคนเดียวมาก่อนเลย เพราะแต่ก่อนเป็นผู้โดยสารผู้ประสบชะตากรรมร่วมกับคนขับตลอด ก็ยังมีเพื่อนเนอะ

มีประสบการณ์ละ ทีนี้ก็เสียได้อย่างสบายใจและ ชั้นรับมือได้

…หือ…ใช่หรอวะ? มันไม่ควรเสียอีกสิ ถึงจะถูก โวะ!

พอบิดามาเราก็จั๊มแบตกัน พร้อมชาร์จแบตซักพักนึง คุณตาจะได้มีแรงกลับบ้านซักเฮือกใหญ่ๆ

20161114_193451

“ชาร์จแบตกัน”

เรียบร้อยก็คุยกันกับพ่อ เรื่องเส้นทางการกลับบ้าน เราอยากเลี่ยงการขึ้นสะพาน เพราะไม่รู้ว่าคุณตาจะมีแรงพอไหม กลัวไปตายกลางสะพาน มันจะแย่เอา เลยเลี่ยงกันไปอีกทาง ทีนี้ก็มาเรื่อง…ใครจะนำ ใครจะตาม…

บอกเลย…พ่อนำเด่ะ…เดี๋ยวเลือกทางไม่ถูกใจ

สุดท้ายฮีก็ให้ฉันนำ … เอาละเหวยยยยย ปกติกุก็ขับตามใจกุเนาะ ผิดทางก็เลี้ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจิจำทางได้ ฮาาาา

กดดันนนน…กดดันมากกก…

เอาก็เอาวะ ไหลๆ ไป เดี๋ยวก็ได้เองมั้ง…ก็เปิดกระจกรถ ขับแบบไม่เปิดแอร์ เปิดไฟหรี่ คุณตาได้ไฟแล้วดูมีแรง แต่เราไม่มั่นใจก็ค่อยๆ ไป

มีทำท่าจะเลี้ยวผิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ผิด พอไหลๆ ไปไหว บิดาหงุดหงิดการขับรถอิฉันมาก ฮีกลัวแบตหมดเนาะ ฮีก็บ่นอยู่ในรถ (แม่มาเล่าให้ฟัง) เหยียบเบรคค้างทำไม … เปิดไฟเลี้ยวอีกแล้ว … เลี้ยวอีกแล้ว …

ดีจัง…ที่ไม่ต้องฟังเอง…ฮาาาาาา

และดิฉันก็กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และมีเรื่องราวมาเล่าให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกัน หลังจากที่ไม่ได้อัพบล็อกแบบเป็นเรื่องเป็นราวมานานมากๆ

สรุปว่า สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ไดชาร์จอาจจะเสีย เลยไม่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ พรุ่งนี้จะทำการซ่อมต่อไป

…สุดท้ายนี้…สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ ขอให้รถของทุกท่านมีสุขภาพที่ดี